posttoday
ผู้นำธุรกิจ เริ่มเชื่อมากขึ้นว่าคอร์รัปชั่นแก้ได้

ผู้นำธุรกิจ เริ่มเชื่อมากขึ้นว่าคอร์รัปชั่นแก้ได้

18 มกราคม 2559

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ได้เปิดเผยผลการศึกษาการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ซึ่งเป็นการศึกษาที่จัดทำขึ้นทุกสองปีเพื่อวัดความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองของกลุ่มกรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น และนำประเด็นสำคัญที่ได้จากการศึกษามาพัฒนาเพื่อนำเสนอเป็นนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีประสิทธิภาพต่อไป

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ได้เปิดเผยผลการศึกษาการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ซึ่งเป็นการศึกษาที่จัดทำขึ้นทุกสองปีเพื่อวัดความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองของกลุ่มกรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น และนำประเด็นสำคัญที่ได้จากการศึกษามาพัฒนาเพื่อนำเสนอเป็นนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีประสิทธิภาพต่อไป

จากผลการศึกษารอบล่าสุด ทำการสำรวจความคิดเห็นของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทเอกชนจำนวน 828 คนในช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค. 2558 แม้ว่านักธุรกิจถึง 90% จะมองว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่สูงถึงสูงมาก แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นเกี่ยวกับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา เพราะมีนักธุรกิจถึง 48% ที่มองว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา ในขณะที่มีเพียง 24% เท่านั้นที่มองว่าปัญหารุนแรงขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น นักธุรกิจยังตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและมีความตื่นตัวกับบทบาทของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริตมากขึ้นด้วย โดย 85% เห็นพ้องกันว่าภาคเอกชนมีบทบาทสูงถึงสูงมากในการลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 72% ในการศึกษาเมื่อปี 2556 ในขณะที่ 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามแสดงเจตนาที่จะให้ความร่วมมือในการต่อต้านทุจริตอย่างแน่นอน และอีก 33% พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ หากมีแผนงานที่ดำเนินการได้

นอกจากนี้ ยังมีตัวชี้วัดที่น่าสนใจอีกบางตัวที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักธุรกิจต่อการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นนั่นคือ 44% ของผู้ตอบเชื่อมั่นสูงถึงสูงมากว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นสามารถแก้ไขให้หมดไปได้ในอนาคต เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 35% ในการศึกษาครั้งก่อนในปี 2556

สาเหตุที่ทำให้นักธุรกิจในภาคเอกชนมองว่าความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นลดลง ส่วนหนึ่งมาจากความพยายามของภาคเอกชนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านและป้องกันการทุจริตผ่านการดำเนินการในด้านต่างๆ แต่อีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญมากก็คือการที่รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง

โดยผ่านการดำเนินกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับมหภาค รองลงมา คือ การประกาศรายชื่อและย้ายข้าราชการที่พัวพันการทุจริต การยุบเลิกกฎหมายเก่าที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพะเรื่องของการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ และการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

ในบรรดากระบวนการที่ภาคเอกชนต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับภาครัฐในการดำเนินธุรกิจนั้น นักธุรกิจเอกชนให้ความเห็นว่า การจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐและการจัดประมูลโครงการของภาครัฐ และการจดทะเบียนขอใบอนุญาตต่างๆ เป็นกระบวนการที่มีโอกาสเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด แต่เมื่อมองถึงกระบวนงานของภาครัฐที่มีการปรับปรุงดีที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา นักธุรกิจก็มองว่าการขอจดทะเบียนธุรกิจ ทะเบียนการค้า และการจัดตั้งบริษัทมีการปรับปรุงดีขึ้นมากที่สุด รองลงมาคือ กระบวนการทางภาษี/สรรพากร และการจดทะเบียนและขออนุญาตต่างๆ ทางธุรกิจ

ทั้งนี้ หากสามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากประเทศไทยได้ 79% เห็นว่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้มากกว่าอัตราเดิมอีกอย่างน้อย 10% สำหรับสิ่งที่กรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจต้องการให้รัฐบาลดำเนินการมากที่สุดในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้ให้และผู้รับสินบน การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ

ซึ่งในการดำเนินการเรื่องนี้รัฐบาลต้องดำเนินการตามหลักนิยมของทหารม้าอย่างที่ท่าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เคยแนะนำว่าต้องทำอย่าง “รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด” เด็ดขาดและจริงจัง เนื่องจากวิธีการที่จะสร้างศรัทธาได้ดีที่สุดก็คือ การแสดงให้สังคมเห็นว่ามีการดำเนินการเอาผิดกับผู้ทุจริตจนถึงที่สุด โดยไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น โดยต้องทำเหมือนจีนคือต้องจัดการทั้งเสือและแมลงวันไปพร้อมๆ กัน

อีกไม่นานเราก็จะได้ทราบผลการประเมินดัชนี Corruption Perception Index ประจำปี 2015 แล้วว่าอันดับของประเทศไทยเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในสายตาของต่างชาติ จะขยับดีขึ้นต่อเนื่องจากอันดับที่ 85 ในปี 2014 หรือไม่ แต่จากผลการศึกษาของ CAC ชิ้นนี้ ก็น่าจะพอถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้เราพอมีลุ้นได้บ้างว่าทั้งคะแนนและอันดับของประเทศไทยน่าจะดีขึ้น และที่สำคัญก็คือการที่มีนักธุรกิจจำนวนมากขึ้นมั่นใจว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นสามารถแก้ไขให้หมดสิ้นไปได้ในอนาคตนั้นจะเป็นรากฐานของการต่อต้านคอร์รัปชั่นในระยะต่อไป

เพราะเมื่อเริ่มต้นด้วยเชื่อว่าปัญหาสามารถแก้ไขได้แล้ว ก็ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท