
หลวงปู่ฝั้น...นักปราบแมลงด้วง
ในช่วงปี 2494 มีการปฏิสังขรณ์กุฏิวัดป่าภูธรพิทักษ์อย่างใหญ่โต แต่การก่อสร้างในครั้งนั้น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
โดย...เอกชัย จั่นทอง
ในช่วงปี 2494 มีการปฏิสังขรณ์กุฏิวัดป่าภูธรพิทักษ์อย่างใหญ่โต แต่การก่อสร้างในครั้งนั้น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ไม่อนุญาตให้มีการเรี่ยไร หรือบอกบุญใคร แต่ถ้าหากมีผู้ศรัทธาจึงจะมีการก่อสร้าง ขณะนั้นตรงกับช่วงออกพรรษา พระอาจารย์วิริยังค์ได้นิมนต์หลวงปู่ฝั้นและหลวงปู่กงมา เพื่อไปวัดดำรงธรรมาราม อ.ขลุง จ.จันทบุรี ต่อจากนั้นท่านได้เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ปลีกวิเวกตามเจตนาของท่าน ที่ข้างๆ น้ำตกพลิ้วและที่อื่นอีกหลายแห่งเป็นระยะเวลานานกว่า 2 เดือน
ขากลับท่านได้แวะพักเหนื่อยที่วัดป่าบ้านฉาง 4-5 วัน พวกชาวไร่ชาวนากำลังเดือดร้อนอย่างหนักพอดี เนื่องจากมีตัวด้วงมากินยอดมะพร้าวจนกระทั่งมะพร้าวตายไปเป็นจำนวนมาก บางไร่บางสวนถึงกับต้องเผาต้นมะพร้าวทิ้งทั้งหมด เพราะทนไม่ไหวกับแมลงที่บุกกัดกินต้นมะพร้าวจนหมดเกลี้ยง สร้างความเดือดร้อนหนักอกหนักใจชาวไร่ชาวสวนแถวนั้นอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุการณ์เดือดร้อนวุ่นวายมากอย่างนี้มาก่อน
ชาวไร่ที่ทำสวนมะพร้าวคนหนึ่ง ได้มากราบหลวงปู่ฝั้นก่อนจะระบายความทุกข์ใจถึงปัญหาเรื่องแมลงด้วง พร้อมกับขอให้หลวงปู่ฝั้นช่วยเหลือเพราะหมดที่พึ่งจริงๆ ด้วยความเมตตาของหลวงปู่ฝั้น ท่านจึงได้ทำน้ำมนต์ให้ และมอบไม้แปรงสีฟันไปอีก 4-5 อัน พร้อมกำชับให้ภาวนาพุทโธ และเอาไม้แปรงสีฟันไปเหน็บไว้สี่มุมของไร่ จากนั้นให้รดน้ำมนต์ให้ทั่ว
ผ่านมาเพียง 2 วัน ชาวไร่ที่ทำสวนมะพร้าวกลับมากราบหลวงปู่ฝั้นอีกครั้ง ก่อนยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมกับบอกว่า ความเดือดร้อนได้หายไปหมดแล้ว ไม่มีตัวแมลงหรือด้วงมากัดกินยอดมะพร้าวเหมือนเช่นเคย ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่งในขณะนั้น ไม่นานหลวงปู่ฝั้นก็ออกเดินทางออกจากบ้านฉาง ก่อนที่ท่านจะแวะวัดอโศการามเพื่อเยี่ยมท่านพ่อลี และพักอยู่จนเข้าเดือน ก.พ. หลวงปู่ฝั้นจึงได้เดินทางกลับ จ.สกลนคร
หลวงปู่ฝั้นไม่ได้เดินทางไปสู่วัดป่าภูธรพิทักษ์ในทันที แต่มุ่งจะนำเรื่องสำคัญประชุมงานวันที่ระลึกคล้ายวันประชุมเพลิงพระอาจารย์มั่นที่วัดป่าสุทธวาส กระทั้งเสร็จกิจการประชุมจึงเดินทางเข้าสู่วัดป่าภูธรพิทักษ์ และพักอยู่ที่วัดแห่งนี้เพียง 2 สัปดาห์ ก่อนจะออกเดินทางปลีกวิเวกต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีการกำหนดเส้นทาง กระทั่งมุ่งหน้าสู่ถ้ำเป็ดที่อยู่ใกล้กับวัดของพระอาจารย์วัน อุตฺตโม
ในเขตพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน นับเป็นสถานที่เหมาะสมแก่การปฏิบัติภาวนาธรรมอย่างยิ่ง หลวงปู่ฝั้นเลือกพักอยู่ที่ถ้ำเป็ดแห่งนี้นานหลายเดือน ก่อนจะสร้างกุฏิที่พักสงฆ์ขึ้นมาจำนวนหลายหลัง พร้อมทั้งศาลาเพื่อใช้สำหรับฉันอาหารอีกหนึ่งหลัง
ปัจจุบันถ้ำเป็ดถูกแยกออกมาขึ้นกับ อ.ส่องดาว มีการคมนาคมสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเท้าเหมือนสมัยก่อน ช่วงที่หลวงปู่ฝั้นมาอยู่และพัฒนาถ้ำเป็ดใหม่ๆ ปรากฎว่ามีชาวบ้านละแวกนั้น ซึ่งมีชีวิตความเป็นอย่างขัดสนอัตคัดมาก ทำมาหากินค่อนข้างยาก หลวงปู่ฝั้นได้เมตตาอบรมสั้งสอนให้ชาวบ้านทุกคนมีความขยันหมั่นเพียรในทางที่ถูกต้อง โดยการทำประโยชน์ให้ทั้งส่วนรวมและส่วนตัว ให้เอาการไปขุดหา อึ่งอ่าง เขียด กบ มาขุดสระน้ำแทน หันมาทำนา ทำสวน ปลูกพืชผัก และผลที่ตามมา คือ ความเป็นอยู่ของชาวบ้านค่อยๆ ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก
ในสมัยที่หลวงปู่ฝั้นเดินทางมาถ้ำเป็ดใหม่ๆ มีพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ ท่านเห็นว่ามีถ้ำอีกแห่งหนึ่ง อยู่ถัดลงมาจากถ้ำเป็ดเพียงเล็กน้อย มีความเงียบสงบเหมาะแก่การภาวนา จึงให้โยมมาส่งและยกแคร่สูงคืบหนึ่งเพื่อใช้สำหรับพัก ซึ่งหลวงปู่ฝั้นก็ไม่แย้งหรือต่อว่าแต่อย่างใด แต่ว่าในช่วงเย็นก่อนที่พระสงฆ์รูปนั้นจะลงไปในถ้ำ หลวงปู่ฝั้นได้กล่าวเตือนว่า “ลงไปนอนในถ้ำนั้นให้ภาวนาดีๆ อย่าหอบบริขารจีวรหนี ตั้งใจภาวนาอย่าประมาท” หลวงปู่ฝั้นหัวเราะเบาๆ อย่างเมตตา ก่อนจะพูดต่อว่า “ความกลัวของคนเรานั้น ถ้ากลัวถึงขีดสุดแล้วพระกัมมัฏฐานก็เป็นบ้าได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่กลัวตายแล้วอยู่ที่ไหนก็ได้”
นั่นคือคำเตือนคำสอนของหลวงปู่ฝั้นที่แสดงความจริงใจนั่นเอง พระสงฆ์รูปนั้นหลังทำวัตรเย็นแล้วก็จำวัด โดยตั้งใจว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะนั่งภาวนา แต่ว่าขณะกำลังเคลิ้มๆ หลับไม่สนิทก็ได้สะดุ้งตื่นสุดตัว เมื่อมีฝูงกบเขียดกระโดดขึ้นมาอยู่บนตัวท่าน กบตัวใหญ่ๆ 3-4 ตัว เกาะบนหน้าอกท่าน จะลุกขึ้นหนีก็นึกถึงคำหลวงปู่ฝั้น ก่อนจะตั้งตัวตรงนั่งภาวนาทันที
ต่อมาก็มีเสียงงูเลื้อยมาสลับกับเสียงกบ ซึ่งทั้งงูและกบทำเอาอกสั่นขวัญแขวน ต้องมุมานะอย่างแรงกล้าเพื่อเอาชนะความตื่นกลัว จนกระทั่งความกลัวจางหายไปในที่สุด ท่านสามารถอยู่ต่อได้จนเช้าวันรุ่งขึ้น หลวงปู่ฝั้นเห็นหน้าพระสงฆ์รูปนั้นก่อนทักว่า “เกือบหอบของหนีแล้วใช่ไหมล่ะ จะหนีไปไหนล่ะถึงจะพ้นตาย อยู่ที่ไหนก็ตายเหมือนกัน” พูดจบ หลวงปู่ฝั้นก็เดินไปบ้วนปากล้างหน้า ส่วนพระสงฆ์รูปนั้นก็ได้แต่งงหลังรับฟังคำสอน
หลวงปู่ฝั้นอยู่ที่ถ้ำเป็ดจนเวลาใกล้เข้าพรรษา ก่อนจะย้ายออกเพื่อเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดป่าภูธรพิทักษ์เหมือนเคย ในช่วงกลางพรรษาปี 2496 หลวงปู่ฝั้นได้นิมิตเห็นถ้ำแห่งหนึ่งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาภูพาน ก่อนจะเล่าให้ลูกศิษย์ท่านฟังว่า ในถ้ำแห่งนั้นมีแสงสว่างประมาณตะเกียงเจ้าพายุ 2 ดวง อากาศวิวสวยสงบมาก เมื่ออยู่ในถ้ำนั้นแล้วเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ออกพรรษาแล้วจะต้องเดินทางไปดูให้เห็นว่าจริงหรือไม่
กระทั่งออกพรรษาท่านได้เดินทางไปตามทิศทางที่เคยนิมิต ระหว่างทางก็แวะเผยแพร่ธรรมไปเรื่อย เป็นการประกอบศาสนากิจอีกแบบหนึ่ง กระทั่งถึงบ้านคำข่า มีดงร้าง มีวัดร้างอยู่วัดหนึ่ง ชาวบ้านได้นำท่านเข้าพักที่นั่น ก่อนจะสอบถามชาวบ้านว่า ละแวกนี้มีถ้ำบ้างหรือไม่ ชาวบ้านตอบกลับมาว่า มีมากทั้งถ้ำเล็กและใหญ่กระจัดกระจายไปทั่วตลอดภูเขา วันนั้นทั้งวันท่านได้ออกสำรวจถ้ำแทบทุกถ้ำ แต่ไม่พบถ้ำเหมือนในนิมิตสักถ้ำเดียว
ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า มีถ้ำหนึ่งอยู่บนยอดเขาเป็นถ้ำใหญ่มาก ชาวบ้านเรียกว่าถ้ำขาม ช่วงสงกรานต์ชาวบ้านจะขึ้นไปสรงน้ำพระพุทธรูปทุกปี กระทั่งรุ่งขึ้นหลวงปู่ฝั้นเดินทางขึ้นไปยังยอดเขานั้น ระหว่างทางมีความยากลำบากเป็นอุปสรรคในการเดินทางมากพอสมควร จนถึงถ้ำขาม ท่านได้เดินสำรวจรอบๆ อยู่พักใหญ่
ก่อนพูดออกมาว่า “เออ ถ้ำนี้เองที่เรานิมิตเห็น” จากนั้นหลวงปู่ฝั้นพร้อมลูกศิษย์ได้ขึ้นมาพักอยู่บนยอดเขาแห่งนี้พร้อมเสบียงอาหาร แต่ดูแล้วปัญหาเรื่องน้ำน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ จึงสำรวจรอบๆ ถ้ำขาม จึงพบว่ามีแหล่งน้ำซึมเล็กๆ พอใช้อาศัยดื่มได้ น้ำจะไหลลงกระบอกไม้ไผ่ทีละหยดจนกว่าจะเต็ม แต่ไม่เพียงพอสำหรับอาบ
ตลอดระยะกว่าครึ่งเดือน สภาพความเป็นอยู่เป็นไปตามข้างต้น วันหนึ่งหลวงปู่ฝั้นได้นิมิตเห็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่มีดินถล่มทับถมไว้ หากขุดออกจะมีอ่างไว้เก็บน้ำกินใช้ได้ตลอดทั้งปี กระทั่งพบอ่างน้ำตามที่ท่านได้นิมิต ก่อนจะช่วยกันขุดเจาะจนเกิดเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ ถ้ำขามจึงกลายเป็นสถานที่หลวงปู่ฝั้นใช้อยู่พำนักนานที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ต่อมาจึงได้มีที่พักเพิ่มขึ้นอีกในปี 2505 คือ วัดป่าอุดมสมพร รวมแล้วท่านมีที่พำนัก 3 แห่ง คือ วัดป่าภูธรพิทักษ์ ถ้ำขาม และวัดป่าอุดมสมพร
บั้นปลายชีวิตของหลวงปู่ฝั้นต้องเข้ารักษาอาการอาพาธในปี 2519 ก่อนจะได้กลับไปพักอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร จนถึงวันที่ 4 ม.ค. 2520 จึงได้มรณภาพลงอย่างสงบ







