SKY LANE ความเกรียน และบทเรียนของนักปั่น
วันก่อนมีโอกาสไปปั่นจักรยานที่สนามปั่นจักรยานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ SKY LANE THAILAND
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
วันก่อนมีโอกาสไปปั่นจักรยานที่สนามปั่นจักรยานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ SKY LANE THAILAND โฉมใหม่ภายใต้งบประมาณ 500 ล้านบาท หวังให้เป็นสนามปั่นจักรยานที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน
ความตื่นเต้นเกาะกุมหัวใจเมื่อเจอลานจอดรถอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา รองรับได้มากกว่า 1,500 คัน รถหลายคันติดแร็กสำหรับใส่จักรยาน หลายคนง่วนอยู่กับการเปลี่ยนชุด ยืดเส้นยืดสาย ตรวจเช็กอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงสนาม บ้างจับกลุ่มมองรถจักรยานคันอื่นด้วยสายตาคมกริบ ราวกับนักมวยกำลังคุมเชิงบนเวที
เงอะๆ งะๆ อยู่พักใหญ่ ลังเลว่าจะปั่นดีไหม ก็แหม ไอ้เรามันมือสมัครเล่น จักรยานเสือภูเขาก็ใหญ่เทอะทะ ชุดปั่นก็บ้านๆ เสื้อ กางเกง รองเท้า หมวก ถุงมือก็คละสีคละรุ่นดูเกะกะรำคาญตา ต่างจากนักปั่นมืออาชีพในชุดเต็มยศอุปกรณ์เต็มสูบ จักรยานเสือหมอบแต่ละคันดูผอมเพรียว สง่างาม ที่สำคัญราคาคงแพงน่าดู
ผมปั่น “ไอ้ถึก” จักรยานคู่ใจช้าๆ ไปยังประตูทางเข้า โชว์ความซื่อบื้อไปหนึ่งครั้งหลังเพิ่งรู้ว่าต้องมีสายรัดข้อมือ หรือ SNAP อันเปรียบดั่งบัตรสมาชิกเข้าใช้บริการ ซึ่งสามารถนำบัตรประชาชนมาลงทะเบียนได้ฟรี สายรัดข้อมือนี้นอกจากจะใช้ผ่านเข้าออกสนาม ยังสามารถเป็นบันทึกข้อมูลการปั่น และเป็นกระเป๋าเงิอิเล็กทรอนิกส์สำหรับซื้อของในสนามได้ด้วย
มันเป็นเวลาบ่ายสองโมง คนน้อย สนามโล่ง ถนนลาดยางมะตอยทาสีฟ้าโดดเด่น ตีเส้นแบ่งเป็นสองเลนสำหรับปั่นช้ากับปั่นเร็ว ทัศนียภาพของข้างทางให้ความรู้สึกเหมือนปั่นอยู่ริมบึง ซ้ายมือเป็นสระน้ำใหญ่ทอดยาว อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิตั้งตระหง่านอยู่ลิบๆ ฝั่งขวาเป็นเนินหญ้าเขียว มีบ้านเรือนตัดสลับกับแนวต้นไม้เป็นฉากหลัง
ระยะทาง 23.5 กิโลเมตร ไม่ใช่ขี้ๆ สำหรับนักปั่นสายติสต์อย่างผม ผู้พิสมัยความเนิบช้าอ้อยอิ่ง สายตาเพลิดเพลินกับความงามสองข้างทาง แต่ที่นี่ดูเหมือนจะมีแต่เสาไฟฟ้า บึง และเนินหญ้า ที่พิเศษเพิ่มเติมคือ เสียงคำรามของเครื่องบิน เวลาที่มันบินโฉบเหนือหัวให้ความรู้สึกแบบที่พระเอกนางเอกในหนังเรื่องน็อตติ้ง ฮิลล์ พูดว่า surreal, but nice. (เหนือจริง แต่ก็ดีนะ) สรุปแล้วการมาปั่นจักรยานที่นี่ถึงจะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็โล่ง โปร่ง สบายน่าประทับใจมาก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็โน่นเลยป้ายเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดไว้เป็นระยะ โทรปุ๊บ เจ้าหน้าที่สนามจะขับรถกระบะมารับปั๊บ
ผมได้คุยกับนักปั่นหลายท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่สนาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้ได้ยินเรื่องตกใจว่า หลังเปิดมาได้ไม่ถึงเดือน รถฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็วถูกเรียกใช้บริการอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเหตุเล็กๆ น้อยๆ อย่างสอบถามเส้นทาง ปั่นไม่ไหว รถเสีย จนถึงอุบัติเหตุรถล้ม ทั้งหมดล้วนมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่จักรยานเองแทบทั้งสิ้น
ด้วยความสวยงามและใหม่เอี่ยมของ SKY LANE ดึงดูดให้นักปั่นเข้ามาวันละไม่ต่ำกว่าพันคน ในจำนวนนี้อาจมีทั้งคนที่สภาพร่างกายไม่พร้อม ไม่ประเมินกำลังตัวเอง พอเจอกับระยะทาง 23.5 กิโลเมตร บวกกับแดดร้อน ลมแรง ทำให้ปั่นไม่ไหว บางคนป่วยช็อกหมดสติ ต้องโทรเรียกรถพยาบาลมารับ
น่าสนใจกว่านั้นคือ พฤติกรรมการปั่นของนักปั่นบางกลุ่มที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่เพื่อนร่วมทาง รุ่นพี่ของผมเล่าให้ฟังว่า เธอตั้งใจจะไปปั่นชิลๆ แต่เจอกับพวกปั่นเร็วหรือที่เรียกว่า “ขาแรง” ปั่นมาด้วยความเร็วสูงไม่น่าจะต่ำกว่า 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตะโกนไล่คนที่ขวางทาง แย่กว่านั้นอีกคือ พวกที่ชอบเบียดแซงกันในระยะฉิวเฉียด ทั้งที่ถนนมีตั้งสองเลน เสี่ยงเกี่ยวกันล้มทั้งคู่ บางคนเจอจ่อท้ายแบบกระชั้นชิด เพราะปั่นช้าไม่ทันใจ ถ้าเบรกกะทันหันคงดูไม่จืด บางกลุ่มปั่นเป็นหมู่คณะอย่างพร้อมเพรียงสวยงามเป็นรูปขบวน แต่คงคิดว่ากลุ่มตัวเองปั่นอยู่กลุ่มเดียวในสนาม ห้ามใครแทรก ห้ามใครแซง ใครขวางเจอจ่อท้าย เผลอๆ เจอเอ่ยปากไล่อีก ทั้งหมดอาจนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกันได้ง่ายๆ
ฟังแล้วก็เศร้าใจ เขาอุตส่าห์สร้างสนามดีๆ ให้คนมาปั่นเพื่อออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ แต่กลับมีบางคนใช้เป็นสนามแข่งขันประลองกำลังกัน ปาด เบียด แซง ตะโกนไล่ จ่อท้าย ไม่ต่างจากมารยาททรามๆ บนท้องถนน
เย็นวันนั้น ผมจูงจักรยานออกจากสนามด้วยท่าทางเหมือนคนตกน้ำ เปียกชุ่มทั้งตัว ตาลอย หายใจหอบ สวนทางกับคลื่นมหาชนคนปั่นจักรยานหลายร้อยชีวิตที่เฮโลกันตรงทางเข้า ลานจอดรถอันกว้างไกลสุดสายตาบัดนี้แน่นยิ่งกว่าเมืองทองธานีในวันที่มีคอนเสิร์ต
ผมก้มลงพูดกับไอ้ถึกเบาๆ คล้ายนิยายเรื่องแผลเก่าที่ไอ้ขวัญคุยกับควายยามตะวันโพล้เพล้
“กลับบ้านเราเหอะว่ะ”


