
ดึง36เหมืองเก่าตุนน้ำแก้ภัยแล้ง
“อรรชกา” สั่ง สแกนขุมเหมืองทั่วประเทศ หาพื้นที่เก็บกักน้ำรองรับหน้าแล้งป้อนชุมชน
“อรรชกา” สั่ง สแกนขุมเหมืองทั่วประเทศ หาพื้นที่เก็บกักน้ำรองรับหน้าแล้งป้อนชุมชน
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) และบริษัท ศิลาสานนท์ ซึ่งประกอบกิจการเหมืองหินปูนว่า ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการใช้พื้นที่ขุมเหมืองเก่ากักเก็บน้ำ เพื่อรับมือปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2559 โดยเบื้องต้นพบว่ามีเหมืองหินทั่วประเทศที่มีศักยภาพรองรับน้ำเพื่อใช้หน้าแล้ง 36 แห่ง สามารถจุน้ำได้สูงสุด 166 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีขุมเหมืองที่บรรจุน้ำเพื่อรองรับปัญหาภัยแล้งแล้ว 9 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานสามารถจุน้ำได้ 32 ล้าน ลบ.ม. โดยขอให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เร่งดำเนินการติดตามความพร้อมของขุมเหมืองที่เหลือให้เตรียมพื้นที่บรรจุน้ำ เพื่อใช้ในการประกอบการและเพื่อกระจายสู่ชุมชน
นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดี กพร. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานกับผู้ประกอบการเหมืองส่วนที่เหลือแล้ว โดยอยู่ระหว่างการตรวจเช็กความพร้อมของพื้นที่จากนั้นจะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 สำหรับน้ำที่กักเก็บนั้นปกติจะนำมาใช้ในกิจการโรงโม่ของเหมืองเอง และบางส่วนได้แบ่งให้ชุมชนนำไปใช้เพื่อการเกษตร โดยเฉพาะภาวะที่เกิดภัยแล้งจะต้องจัดสรรเพื่อช่วยเหลือชุมชนเพิ่มขึ้นตามลำดับ
สำหรับพื้นที่ภาคอีสานจากการสำรวจขุมเหมือง พบว่า มีทั้งสิ้น 11-12 แห่ง กระจายอยู่ใน จ.สุรินทร์ อุบลราชธานี และหนองบัวลำภู คาดว่ามีน้ำประมาณ 5 แสน-1 ล้าน ลบ.ม. จะสามารถบรรเทาภัยแล้งได้บางส่วน รวมทั้งกรมจะประสานไปยังเหมืองต่างๆ ที่มีความพร้อมกักเก็บน้ำเพิ่มเติมด้วย โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกินปี 2560







