
เทคโนโลยีกำหนดอนาคตธนาคาร
การประกาศที่จะเป็นประเทศที่เลิกใช้เงินสดของประเทศสวีเดนเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดความตื่นตัวทั่วโลก
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
การประกาศที่จะเป็นประเทศที่เลิกใช้เงินสดของประเทศสวีเดนเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดความตื่นตัวทั่วโลก และเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงโลก และวิถีชีวิตของคนให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หรือการที่เริ่มมีการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาใช้เป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านการค้าขายออนไลน์ เช่น บิตคอยน์ หรือการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ล้วนเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าธนาคารไปอย่างมาก จนถึงขั้นในอนาคตสาขาของธนาคารอาจจะไม่จำเป็นต้องมีมากอีกต่อไป
"เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เทคโนโลยีมีไว้เพื่อสนับสนุนการออกผลิตภัณฑ์ของธนาคาร แต่ปัจจุบันการจะออกผลิตภัณฑ์ใดมาให้บริการแก่ลูกค้าต้องดูเทคโนโลยีเป็นหลัก ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค" สมคิด จิรานันตรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานระบบธนาคารกสิกรไทย กล่าว
สมคิด มองว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อรูปแบบการทำธุรกิจ หรือ Business Model สูงมาก องค์กรใดที่นำมาใช้ได้ดี และนำมาประยุกต์ใช้ได้ จะทำให้เกิดความแตกต่างกลายเป็นส่วนธุรกิจที่สำคัญในโลกยุคใหม่ ที่ต้องสามารถนำมาใช้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วด้านการตามพฤติกรรมของผู้บริโภค
ทั้งนี้ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในธุรกิจยุคดิจิทัล มาจากจินตนาการที่ต้องการให้การใช้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นเป็นหลัก ขณะที่เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าเพิ่มของธุรกิจ ต้นทุนที่ลดลง โอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น จะตามมาเองในภายหลัง
หลังจากที่เกิดสมาร์ทโฟน ได้ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปหมด ไม่ว่าจะรับข่าวสารจากสื่อออนไลน์ การใช้ธนาคารทางอินเทอร์เน็ต และธนาคารทางโทรศัพท์ ทำให้ธนาคารทุกแห่งต่างพัฒนาแอพพลิเคชั่นและระบบไซเบอร์แบงก์กิ้งให้มีเสถียรภาพมากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าไทยมีมูลค่า e-Payment สูงถึง 825 ล้านล้านบาท ส่วนข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีตัวเลขมูลค่าของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 768 ล้านบาท เห็นได้ว่าทิศทางของ Noncash Payment ของโลกและของไทยกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันจะนำไปสู่การไม่ใช้เงินเป็นตัวกลางในการชำระราคา และยังนำไปสู่การระดมทุนหรือกู้ยืมเงินทำธุรกิจโดยไม่ต้องผ่านธนาคาร เช่น คราวด์ฟันดิ้ง สตาร์ทอัพ ที่ผู้ต้องการเงินทุนเพื่อทำธุรกิจระดมทุนผ่านโซเชียลมีเดียพบกับผู้ต้องการลงทุนโดยตรง เหล่านี้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของธุรกิจธนาคาร
สมคิด กล่าวว่า เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมตลาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกำลังรุกเข้าสู่เอเชีย ทำให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต่างปรับโครงสร้างภายในรองรับพฤติกรรมตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องมีการศึกษาหานวัตกรรมใหม่ๆ มารองรับการให้บริการที่ทันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยได้จัดตั้งกลุ่มบริษัทจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ขึ้นมาเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยลงทุนจัดตั้งบริษัทย่อย 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท กสิกร เทคโนโลยี กรุ๊ป เซเครเทเรียต ทำหน้าที่วางแผน ติดตาม และให้การสนับสนุนการทำงานของกลุ่มบริษัทจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท กสิกร แล็บส์ ทำหน้าที่ค้นคว้าเทคโนโลยีและรูปแบบในการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ บริษัท กสิกร ซอฟต์ ทำหน้าที่ออกแบบและสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท กสิกร โปร ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์กำลังจะเริ่มทดลองให้พนักงานธนาคารไม่ใช้เงินสดในการใช้จ่าย และเริ่มศึกษารูปแบบการทำธุรกิจดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างจริงจัง รวมทั้งศึกษาเรื่องสกุลเงินดิจิทัลด้วย เพราะเห็นว่าในอนาคตธนาคารพาณิชย์จะไม่ได้สู้กับธนาคารด้วยกันเอง แต่จะสู้กับเทคโนโลยีที่เป็นผู้กำหนดพฤติกรรมมนุษย์







