
ถล่มร่างรธน.ยึดสื่อใส่มือรัฐ
อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่วางใจร่าง รธน.ยึดคลื่นความถี่เป็นของรัฐ
อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่วางใจร่าง รธน.ยึดคลื่นความถี่เป็นของรัฐ
นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ที่ กรธ.กำหนดให้ใส่ข้อความ “คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของรัฐ” ทั้งๆ ที่ควรจะเป็น “ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ที่บัญญัติไว้ใน รธน.ฉบับ 2540 และ 2550 ซึ่งเป็นหลักการที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
อดีต สปช. กล่าวว่า การที่ กรธ.แก้ไของค์กรจัดสรรคลื่นเป็นรัฐพึงจัดให้มีองค์กรที่มีความเป็นอิสระ แทนที่จะยึด รธน.เดิมที่ว่าให้องค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นฯ
“การนำเสรีภาพทางวิชาการมาเขียนต่อท้ายในวรรคเดียวกับเสรีภาพการแสดงความเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา ฯลฯ เป็นสิ่งไม่ถูกต้องควรแยกไว้คนละมาตราเหมือน รธน. 2540 และ 2550 เพราะเสรีภาพทางวิชาการมีลักษณะเฉพาะ เนื่องจากเกี่ยวกับการเรียนการสอน การวิจัย ฯลฯ ไม่ควรถูกจำกัดเสรีภาพด้วยกฎหมายที่บังคับกับคนทั่วไปหรือสื่อฯ” นายบุญเลิศ กล่าว
นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า การจำกัดเสรีภาพสื่อด้วยการให้เจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ก่อนเผยแพร่ในภาวะสงครามเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่ในภาวะการรบที่ร่างเพิ่มเข้ามาเป็นสิ่งยอมรับไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าการรบคืออะไร ใครประกาศ ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข่าวจากสื่อเพื่อตรวจสอบรัฐบาลว่ากำลังนำประเทศไปสู่ความวิบัติหรือไม่
“ร่างแรกของ รธน.เกี่ยวกับเสรีภาพสื่อมีหลายประเด็นที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะถอยหลังเข้าคลองไม่เป็นประชาธิปไตยจึงขอให้ กรธ.รับฟังความเห็นแล้วนำไปแก้ไขเพื่อให้ร่างสุดท้ายออกมาดี คนทำสื่อและประชาชนไม่ร้องยี้ หรือส่ายหน้า” อดีต สปช. กล่าว
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2559 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า การปรับบทบัญญัติว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ปรับจากทรัพยากรสื่อสารของชาติเป็นทรัพยากรของรัฐนั้น ความมุ่งหมายไม่ใช่เพื่อให้รัฐมีสิทธิเข้าดำเนินการรื้อระบบสารสนเทศ หรือระบบการใช้คลื่นความถี่ในปัจจุบัน
“แต่เพื่อต้องการให้สื่อให้เห็นว่าคลื่นความถี่นั้นเป็นทรัพยากรของคนไทยทุกคน เพราะคำว่ารัฐในบทบัญญัติจะเป็นคำที่สื่อถึงบุคคลที่อยู่ภายในรัฐ ไม่ใช่คำว่ารัฐที่หมายถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน” นายมีชัย กล่าว
ทั้งนี้ นายมีชัย กล่าวด้วยว่า กรณีที่กำหนดให้รัฐพึงมีองค์กรที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องการสื่อไปยัง กสทช. ว่าการบริหารจัดการคลื่นความถี่ไม่ใช่ให้สิทธิขาดในการดูแลหรือจัดการคลื่น หรือนำคลื่นไปดำเนินการใดๆ ได้ตามใจชอบถือเสมือนว่าคลื่นความถี่นั้นเป็นของตนเอง ซึ่งการดูแลและการบริหารจัดการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ทราบตัวแฮ็กเกอร์ที่แฮ็กเว็บไซต์ของศาลยุติธรรมแล้ว ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มที่มีการกระทำผิดจากต่างประเทศ ซึ่งได้ให้ศาลยุติธรรมแจ้งความร้องทุกข์แล้ว
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการป้องกันนั้นอาจมีความจำเป็นต้องทบทวนแนวคิดการนำระบบซิงเกิ้ลเกตเวย์มาใช้เพื่อความมั่นคง







