
ติดดาบผู้ตรวจการฯวางกรอบเวลาป.ป.ช.ไต่สวนคดี
กรธ.ติดดาบผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจเร่งรัดให้รัฐปฏิบัติตามรธน. วางกรอบเวลาป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนคดีไม่เกิน 2 ปี
กรธ.ติดดาบผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจเร่งรัดให้รัฐปฏิบัติตามรธน. วางกรอบเวลาป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนคดีไม่เกิน 2 ปี
การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่โรงแรมเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟคลับ ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ช่วงบ่าย เป็นการพิจารณาบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในหมวดที่ว่าด้วยองค์กรอิสระ ซึ่งองค์กรอิสระที่คณะกรธ.ได้ให้ความสำคัญและใช้เวลาพิจารณาเป็นพิเศษ คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ทั้งนี้ในหลักการคณะกรธ.กำหนดให้ผู้ตรวจแผ่นดินมีจำนวน 3 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี มีอำนาจหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือนอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ พร้อมกับเสนอแนะหน่วยงานของรัฐปรับปรุงกฎหมายที่สร้างปัญหาและภาระให้กับประชาชน
นอกจากนี้ คณะกรธ.ยังบัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหน้าที่ของรัฐที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และหากหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้ตรวจการแผ่นดินจะสามารถส่งไปเรื่องไปยังครม.ทราบเพื่อพิจารณาสั่งการตามที่ครม.เห็นสมควร แต่หากเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งไปเรื่องยังคณะกรรมการสิทธิมุนษยชนแห่งชาติดำเนินการต่อไป
ขณะที่ ในส่วนของคณะกรรมการป.ป.ช.นั้นคณะกรธ.กำหนดให้ป.ป.ช.มีจำนวน 9 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี โดยคณะกรธ.ได้กำหนดหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นป.ป.ช.ไว้หลายประการ อาทิ ต้องเคยดำรงตำแหน่งในราชการไม่ต่ำกว่าระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า 5 ปี เคยเป็นผู้พิพากษาไม่ต่ำกว่าหัวคณะในศาลอุทธรณ์ อธิบดีอัยการ ผู้บริหารสูงสุดในรัฐวิสาหกิจ ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมไปถึงเป็นผู้ที่ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การคลัง การธนาคาร ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูงมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นต้น
ส่วนอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ในภาพรวมคณะกรธ.ยังยืนยืนในหลักการตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 คือ ไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย และการฝ่าฝืนจริยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรธ.เพิ่มขึ้นมาใหม่ โดยประเด็นสำคัญที่สุดที่คณะกรธ.บัญญัติขึ้นมาอยู่ที่การกำหนดกรอบเวลาในการทำงานของป.ป.ช. ซึ่งคณะกรธ.เขียนเป็นหลักการว่าหากป.ป.ช.รับคำร้องจะมีเวลาพิจารณาไต่สวน 1 ปี แต่สามารถขยายเวลาการทำงานได้ครั้งละ 4 เดือน รวมกันไม่เกิน 2 ปี







