
ดันแก่งกระจานขึ้นทะเบียนมรดกโลก
คณะกรรมการฯอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกมีมติดันขึ้นทะเบียนแก่งกระจานเป็นมรดกโลกส่งข้อมูลให้กรุงปารีสพิจารณาภายใน1ก.พ.59
คณะกรรมการฯอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกมีมติดันขึ้นทะเบียนแก่งกระจานเป็นมรดกโลกส่งข้อมูลให้กรุงปารีสพิจารณาภายใน1ก.พ.59
นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ว่า ที่ประชุมได้มีมติในการยืนยันการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก หลังจากปีที่แล้วคณะกรรมการมรดกโลกมีข้อมติให้ประเทศไทยปรับปรุงข้อมูลในด้านสิทธิมนุษยชนและข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยที่ประชุมได้มอบให้กรมอุทยานฯ ทำหนังสือยืนยันไปยังคณะกรรมการมรดกโลกว่าประเทศไทยพร้อมส่งข้อมูลให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณา โดยได้จัดทำรายงานและปรับปรุงข้อมูลในประเด็นที่คณะกรรมการมรดกโลกมีความห่วงใยสมบูรณ์แล้ว โดยเฉพาะประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่ได้ชี้แจงว่ามีการเปิดรับฟังความเห็นและทำความเข้าใจกับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ ซึ่งชนกลุ่มน้อยมีความเข้าใจในการขึ้นทะเบียนพื้นที่เป็นมรดกโลก และไม่ได้คัดค้านการขึ้นทะเบียน จึงคิดว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนไม่น่าจะเป็นปัญหาในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีก
นายธัญญา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาในเรื่องพรมแดนไทย-พม่า ซึ่งยังมีบางแนวเขตที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นปัญหาหลัก เพราะคณะกรรมการมรดกโลกไม่ได้นำเรื่องนี้มาเป็นเกณฑ์การพิจารณา จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงต้องดำเนินการต่อไป ทั้งนี้เราค่อนข้างโชคดีที่มีคณะกรรมการมรดกโลกจากประเทศเวียดนามเข้ามาดูพื้นที่และเห็นว่าแก่งกระจานมีความหลากหลายทางชีวภาพจริงและสมควรขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยเวียดนามพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก
นอกจากนี้ กรณีมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่คณะกรรมการมรดกโลกมีข้อห่วงใยในเรื่องปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงและบุกรุกพื้นที่ และให้ประเทศไทยรายงานสถานภาพการอนุรักษ์และความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในเรื่องคดีการลักลอบตัดไม้พะยูงมีแนวโน้มลดลงจากปีที่ผ่านมาจากการลาดตระเวนที่เข้มข้นร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ส่วนคดีบุกรุกก็ไม่มีพื้นที่ใหม่ มีแต่ในส่วนคดีเก่าที่อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้แนะนำว่าในเรื่องมรดกโลกประเทศไทยควรหาที่ปรึกษาเป็นภาคประชาชนหรือเอ็นจีโอไม่ว่าทั้งในไทยและต่างชาติ เนื่องจากทราบปัญหาและความต้องการของคณะกรรมการมรดกโลกเป็นอย่างดี ประเทศไทยจะได้เดินในแนวทางที่ถูกต้อง โดยประเทศไทยจะต้องจัดส่งรายงานการดำเนินการทั้งหมดไปยังศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเพื่อพิจารณาภายในวันที่ 1 ก.พ. และคณะกรรมการมรดกโลกจะมีการประชุมใหญ่ที่ประเทศตุรกี ในเดือน ก.ค. 59 นี้







