
ไทยผวาบึ้มอินโดฯสัญญาณไอเอสรุกคืบอาเซียน
เหตุระเบิดกลางกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซียสร้างความสะเทือนขวัญ หรือนี่เป็นสัญญาณว่า กลุ่มก่อการร้ายในนาม "ไอเอส" ได้คืบคลานเข้ามาถึงอาเซียนแล้ว
เหตุระเบิดกลางกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซียสร้างความสะเทือนขวัญ หรือนี่เป็นสัญญาณว่า กลุ่มก่อการร้ายในนาม "ไอเอส" ได้คืบคลานเข้ามาถึงอาเซียนแล้ว
เหตุระเบิดสะเทือนขวัญประชาชนทั่วกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ส่งผล ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลายราย หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มหัวรุนแรงไอเอสได้ส่งสัญญาณ เมื่อเดือน ธ.ค.ว่าจะมีการก่อเหตุในจุดดังกล่าว กระทั่งเกิดเหตุวินาศกรรมเป็นข่าวไปทั่วโลก
หรือนี่เป็นสัญญาณว่า กลุ่มก่อการร้ายในนาม "ไอเอส" จากตะวันออกกลาง ได้คืบคลานเข้ามาถึงอาเซียนแล้ว
พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุลักษณะนี้ในช่วงนี้ขึ้น เพราะปกติจะมีการแจ้งเตือนหรือมีการข่าวรายงานมาบ้าง ดังนั้นประชาคมข่าวกรองในหมู่มิตรประเทศ อาเซียนจะต้องปรับปรุงการทำงานเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ปกติไทยได้ประสานกับอินโดนีเซียอยู่แล้ว แต่อินโดนีเซียไม่ได้แจ้งเตือนอะไรออกมานอกจากแจ้งเรื่องความเคลื่อนไหว ของกลุ่มไอเอสในภูมิภาคนี้ ที่เริ่มมีการมาเพิ่มเซลล์ ตั้งสาขาในบางประเทศอาเซียนแล้ว จึงถือเป็นภัยความมั่นคง และสถานการณ์การก่อการร้ายที่น่าห่วงมาก
"เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่เกิด เหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็ต้องใช้เป็นบทเรียนในการประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มไอเอสที่มาขยายตัวและก่อเหตุในแถบนี้มากขึ้น" เลขาธิการ สมช. กล่าว
พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ในส่วนของไทยยิ่งต้องตื่นตัวให้มาก โดยเฉพาะหลังจากที่เกิดเหตุระเบิด ที่แยกราชประสงค์ ก็ได้เฝ้าระวังจับตากลุ่มต่างๆ มากขึ้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าไม่ใช่แค่ประเทศไทย ทั้งภูมิภาคอาเซียนคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พล.อ.ทวีป กล่าวว่า การข่าวเป็นเรื่องสำคัญในการติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ และต้องเข้มงวดตามแนวชายแดน ตรวจสอบ นักท่องเที่ยวและคนเข้าเมืองให้รอบคอบ
ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุความรุนแรงในประเทศอินโดนีเซียถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล และเป็นสัญญาณความรุนแรงที่ไม่ดีนัก เพราะเห็นได้ชัดว่าความรุนแรงจากการก่อการร้ายลุกลามมาถึง กลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว จากเดิมที่จะเห็นได้แต่ในกลุ่มประเทศ ตะวันตก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่ผ่านมาเหตุก่อการร้ายจะเกิดขึ้นบ้างในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2545-2546 แต่สภาพแวดล้อมทาง การเมืองของโลกในช่วงนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากครั้งนั้นมีกลุ่มเจไอถูกมองว่าเป็นผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตามทุกวันนี้กลายเป็นกลุ่มไอเอสที่ใช้ความรุนแรง เป็นหลัก จึงสร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มประเทศใกล้เคียง
"ที่ผ่านมา ไอเอสไม่เคยก่อเหตุรุนแรงในอาเซียน จะมีบ้างที่สมาชิกใช้พื้นที่ในการเคลื่อนย้ายคน แต่ล่าสุดเหตุที่เกิดกับอินโดนีเซียถือว่ารุนแรง และประเทศไทยเองก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะยังมีสัญลักษณ์ ของกลุ่มทุนต่างๆ จากชาติตะวันตกที่ลงทุนในประเทศอยู่" ศราวุฒิ กล่าว
พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เพื่อขอติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสอบถามว่ามีเรื่องใดที่ตำรวจไทยจะพอช่วยเหลือได้บ้าง เบื้องต้น ทางสถานทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ แต่เพื่อความไม่ประมาทตำรวจได้เพิ่มกำลังโดยรอบสถานทูตฯ ให้มากขึ้นกว่าเดิม
สำหรับการข่าวขณะนี้ยัง ถือว่าปกติ ไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆ ว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในไทย แต่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดใน การปฏิบัติเพิ่มเติมแล้ว นอกจากนี้ตำรวจยังวางกำลังเพิ่มเติมตามสถานทูตแห่งต่างๆ ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ด้วย







