
M67บึ้มบิ๊กซีราชดำริ
พล.ต.อ.ภานุพงศ์เผย M67ต่อวงจรตั้งเวลาบึ้มบิ๊กซีราชดำริ ขณะที่กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ เร่งสอบขยายผลโยงเหตุระเบิก่อนหน้านี้หรือไม่เพราะมีการต่อวงจรคล้ายกัน
พล.ต.อ.ภานุพงศ์เผย M67ต่อวงจรตั้งเวลาบึ้มบิ๊กซีราชดำริ ขณะที่กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ เร่งสอบขยายผลโยงเหตุระเบิก่อนหน้านี้หรือไม่เพราะมีการต่อวงจรคล้ายกัน
เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ.10 ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.สุเมธเรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5และทีมสืบสวนเพื่อหารือกรณีเหตุระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริวานนิ้
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่าเบื้องต้นพบว่าระเบิดใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดแบบ M67แต่มีลักษณะพิเศษในการต่อชนวนเพราะปกติจะใช้วิธีขว้าง แต่กรณีนี้เป็นการต่อวงจรชนวนใหม่ด้วยนาฬิกาเพื่อจุดระเบิด ซึ่งการต่อระเบิดแบบนี้เคยพบ 2 ครั้งในพื้นที่สน.โคกครามเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2553 และพื้นที่สน.นางเลิ้งในวันที่ 3 เม.ย. 2553 แต่ทั้ง 2 ครั้งไม่ระเบิดเนื่องจากยิงทำลายได้ก่อน อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปว่าผู้วางระเบิดครั้งนี้ใช่ชุดเดียวกับที่ก่อเหตุ 2 ครั้งที่ผ่านมาหรือไม่
ทั้งนี้รูปแบบการวางระเบิดดังกล่าวไม่เหมือนกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะครั้งนี้มีความละเอียดในการประกอบระเบิดและใช้ระเบิดเพียงลูกเดียวซึ่งจะมีรัศมีทำการจะอยู่ที่ 15 เมตร แต่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้การต่อวงจรระเบิดจะไม่ซับซ้อนแต่เน้นปริมาณระเบิดเพื่อหวังผลการทำลายล้างมากกว่า
“คนที่วางระเบิดในลักษณะนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีความรู้พอสมควรเพราะต้องถอดและประกอบวงจรใหม่ ตอนนี้เราเก็บข้อมูลพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุและได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อประกอบการพิจารณารูปพรรณสัญฐานคนร้ายที่ได้ในที่เกิดเหตุแล้ว แต่ต้องขอเวลาตรวจสอบภาพคนร้ายก่อน”
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า พล.ต.อ. ประทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.ได้กำชับตำรวจทุกภาคให้จัดสายตรวจระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก และให้รวบรวมข้อมูลจากภูมิภาคว่าเคยพบการประกอบลักษณะนี้อีกหรือไม่ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจในการระวังเหตุและที่ผ่านมาก็เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราจุดเสี่ยงอยู่แล้ว
ส่วนกรณีนี้จะทำให้ต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่าต้องอยู่ที่รัฐบาลเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ว่าจะยกเลิกหรือไม่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ตรวจสอบจับกุมและป้องกันเท่านั้น
ทั้งนี้ที่ประชุมจะสรุปสถานการณ์และรูปแบบคดีว่าเข้าข่ายการก่อการร้ายหรือไม่ และจะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับช่วงดำเนินการต่อหรือไม่ในบ่ายวันนี้
ด้าน พล.ต.ต.วาสุกรี คำพิทักษ์ โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรศพเบื้องต้น ของนายธวัชชัย ทองมาก ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดว่าถูกแรงอัดระเบิดช่วงอกและท้อง ทำให้มีเลือดออกในช่องอกและท้อง เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต เชื่อว่าญาติผู้เสียชีวิตจะเดินทางมารับศพภายในวันนี้ ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนสัญจรตามปกติแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณสถานที่เกิดเหตุหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริเช้านี้ทีมพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง และพบว่าประชาชนยังคงเดินทางและใช้ป้ายรถเมล์ดังกล่าวเป็นปกติ รวมทั้งแม่ค้าในบริเวณนั้นก็ยังขายของตามปกติเช่นกัน เพียงแต่จำนวนคนบางตาเพราะอยู่ในช่วงวันหยุด
นายอุไร เวียงสงค์ พ่อค้าขายน้ำบริเวณจุดเกิดเหตุกล่าวว่าตนรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากและกำลังคิดว่าต่อไปนี้ป้ายรถเมล์ต่างๆจะกลายเป็นจุดเสี่ยงหรือไม่ ตอนนี้แค่เห็นถังขยะก็เริ่มกลัวแล้ว อย่างไรก็ตามก็คงต้องขายของในจุดนี้ต่อไปเพราะเป็นที่ๆขายมานาน
ขณะที่ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงเหตุระเบิดที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ เมื่อวานนี้แล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีผลต่อการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในอนาคตหรือไม่ เพราะต้องพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ก่อน โดยนายกฯได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามสอบสวนขยายผล
ส่วนด้านการข่าวขณะนี้ได้รับรายงานตลอดว่ามีความพยายามเคลื่อนไหวก่อเหตุ แต่ไม่อาจระบุได้ถึงเป้าหมายและสถานที่ หรือแม้กระทั่งระบุถึงตัวผู้ก่อเหตุซึ่งคงจะเร็วเกินไป ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนก่อน







