posttoday
"มีชัย"ยันระบบเลือกตั้งใหม่ไม่ทำการเมืองอ่อนแอ

"มีชัย"ยันระบบเลือกตั้งใหม่ไม่ทำการเมืองอ่อนแอ

14 มกราคม 2559

ประธาน กรธ. ยันระบบเลือกตั้งใหม่ไม่ทำการเมืองอ่อนแอ ระบุศาลรธน.ไม่ใช่ซูเปอร์องค์กรแม้มีอำนาจชี้มาตรา 7

ประธาน กรธ. ยันระบบเลือกตั้งใหม่ไม่ทำการเมืองอ่อนแอ ระบุศาลรธน.ไม่ใช่ซูเปอร์องค์กรแม้มีอำนาจชี้มาตรา 7

วันที่ 14 ม.ค. การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นอกสถานที่ที่โรงแรมเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟคลับ ชะอำ จ.เพชรบุรี วันที่สี่ ได้เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00น. ทั้งนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรธ. กล่าวถึงภาพรวมในการทำงานว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาหมวดรัฐสภา อย่างการเลือกตั้งสส. ทางกรธ.ยังยืนยันในหลักการที่ให้เลือกตั้งสส.แบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อด้วยบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวเหมือนเดิม และยืนยันว่าหลักการนี้ไม่ได้ทำให้การเมืองแตกแยกหรืออ่อนแอ และเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่มีความรุนแรง รวมทั้งยังให้สส.สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ โดยไม่ได้ห้ามเอาไว้

นายมีชัย กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่คณะกรธ.เห็นชอบกับการไม่ให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรมาจากฝ่ายค้าน เนื่องจากเห็นว่าการเลือกประธานสภาฯเป็นเรื่องของสส. ถ้ากรธ.ไปกำหนดเป็นการเฉพาะเอาไว้อย่างนั้น จะทำให้ขัดกับหลักการทั่วไป ประกอบกับการเอาฝ่ายค้านไปเป็นรองประธานฯก็จะเกิดการทะเลาะกันข้างบน ส่งผลให้องค์กรนี้ที่แย่อยู่แล้วต้องแย่ลงไปอีก ดังนั้น คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับ คณะกรธ.ก็ไม่ได้กำหนดว่าฝ่ายค้านจะต้องเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญในสภาฯที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต เพราะเราคิดว่าเรื่องนั้นต้องไปกำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาฯที่สภาฯต้องไปตกลงกันเองในอนาคต อย่างไรก็ตาม คณะกรธ.กำหนดเพียงว่าการตั้งคณะกรรมาธิการในสภาฯจะต้องคำนึงถึงทุกพรรค

นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับเรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนการการสรรหาคณะกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะกรธ.ไม่ได้มุ่งเน้นและเปลี่ยนแปลงเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะเปลี่ยนแปลงในทุกองค์กร โดยจะให้เป็นวิธีการและมาตรฐานเดียวเหมือนกันหมด และ ต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้จะมาดำรงตำแหน่งต้องสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้มีอำนาจเพิ่มมากขึ้นอย่างที่มีใครตั้งข้อสังเกต เพราะเดิมทีศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการชี้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว เพียงแต่มีการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆเพิ่มมากขึ้น ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องมีภารกิจมากขึ้น
    
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญถูกผลักให้เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะมีบางฝ่ายไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายมีชัย กล่าวว่า ในอดีตเราใช้คนที่มีคุณสมบัติในทางกว้างๆ แต่ตอนนี้เราพยายามจะกำหนดคุณสมบัติที่เน้นว่าต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ในเชิงวิชาการเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดทุกอย่างจะเป็นไปตามวิชาการที่สามารถนำไปอ้างอิงได้ ส่วนคนที่มีความรู้ในด้านการบริหารราชการแผ่นดินก็จะคอยชี้แนะในทางปฏิบัติ ดังนั้น องคาพยพขององค์กรอิสระจะเปลี่ยนไปและมีมาตรฐานสูงขึ้น อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ทางกรธ.ก็เห็นด้วยในหลักการว่าควรให้บุคคลที่เป็นศาสตราจารย์ที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวมาแล้วหลายๆปีเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าได้คนที่มีความรู้ความชำนาญจริงๆ

"เราจะยกมาตรฐานให้สูงขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าในอนาคตจะไม่มีข้อกังขาในพื้นความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะกระบวนการในการสรรหาก็จะให้ไกลจากการเมืองให้มากที่สุด" นายมีชัย กล่าว

ประธานกรธ.กล่าวว่า ส่วนการให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาทำหน้าที่วินิจฉัยกรณีประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือรัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพราะเราเห็นว่าที่ผ่านมาแม้จะมีการกำหนดเอาไว้แต่รัฐธรรมนูญในอดีตไม่เคยมีการบอกว่าจะให้องค์กรไหนเข้ามาทำหน้าที่วินิจฉัย ต่อมารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่วินิจฉัย ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้อง จึงนำมาบัญญัติไว้ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญว่าถ้าไม่มีบทบัญญัติที่จะใช้บังคับ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครอง

เมื่อถามว่าการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 7 จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นซูเปอร์องค์กรหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ก็ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว มันไม่มีทางเลี่ยง จึงไม่ได้เป็นการเพิ่มอำนาจแต่อย่างใด เพียงแต่เขียนให้มันชัดเจนเท่านั้น ทุกอย่างจะได้จบ และเมื่อมองดูแล้วก็ไม่มีองค์กรไหนที่จะชี้ขาดได้เหมาะสมเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี นายมีชัย กล่าวว่า ยังคงให้มีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี แต่กำลังหารือกันอยู่ว่าจะสามารลดลงมาที่7ปีได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าเดิมทีให้ตุลาการศาลปกครองมาทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะทราบกันดีว่าจะได้คนที่ไม่ค่อยเด่นดังในศาลปกครองมาทำหน้าที่ เราเลยคิดว่าถ้ามาดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญอาจจะอยู่ในตำแหน่งได้ถึงอายุ 75 ปี อาจจะทำให้คนเก่งๆให้ความสนใจมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน