
ระวังกระตุ้นผิดทาง
เป็นเรื่องที่รับรู้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งรัฐและเอกชน ว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีน ทำให้ค่าเงินหยวนและค่าเงินในภูมิภาคนี้อ่อนค่าตามลงไป ความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ที่คาดว่าจะขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน และจะเป็นแรงกดดันให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว
เป็นเรื่องที่รับรู้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งรัฐและเอกชน ว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีน ทำให้ค่าเงินหยวนและค่าเงินในภูมิภาคนี้อ่อนค่าตามลงไป ความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ที่คาดว่าจะขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน และจะเป็นแรงกดดันให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ก็ดึงให้ราคาสินค้าเกษตรในตลาดซื้อขายล่วงหน้าของโลกลดลง แถมยังเจอปัญหาเอลนินโญ ที่ทำให้เกิดภัยแล้งซ้ำเติมเกษตรกรให้มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่าย
ความปั่นป่วนที่จะเกิดขึ้นนี้เกิดผลกระทบทั้งโลก ไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้น ต้องชมเชยการวางนโยบายรับมือของรัฐบาล ที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ที่บริหารเชิงรุกมากกว่าตั้งรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่เห็นจากการจัดประชุมวางแผนเตรียมการรับมือช่วยเหลือเกษตรกร เร่งรัดการปฏิรูปภาษีให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนให้เร็วขึ้น การเร่งลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล
นอกจากนี้ ก็เร่งกระตุ้นให้เกิดโครงการไทยเที่ยวไทย พยายามสร้างบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศให้มากขึ้นทดแทนการส่งออก และการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมา
แผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอแนวคิดต่อรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ดูล้ำเลิศอลังการอย่างที่ไม่เคยมีการทำมาก่อน เช่น การจัดให้มีการชิงโชคหากไปท่องเที่ยวทุกเดือน รางวัลใหญ่มีมูลค่า 1 ล้านบาท การจะชิงโชคมอบบ้านและที่ดินให้กับผู้ไปท่องเที่ยวรายไตรมาส หรือทำโครงการ 1 ผลิตภัณฑ์ 1 การท่องเที่ยว
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังคิดนอกกรอบจะไปหารือร่วมกับกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พิจารณาเปิดให้คนไทยที่ใช้บริการเส้นทางการบินในประเทศสามารถช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) จากเดิมจะได้รับสิทธิการซื้อเฉพาะผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศให้เพิ่มขึ้น หลังจากโครงการช็อปช่วยชาติมีผลตอบรับจากคนไทยเป็นอย่างดี และจะเจรจากับห้างสรรพสินค้าร่วมลดราคาให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อจูงใจด้วย
อย่างไรก็ดี แม้การเตรียมรับมือเศรษฐกิจผันผวนของรัฐบาลจะทำได้ดี แต่การคิดมาตรการอะไรออกมา ควรต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบต่อผลกระทบต่อเนื่องที่จะตามมา ไม่ใช่มองแค่เฉพาะหน้าจนเกิดการผิดพลาดเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มา กระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากจนหนี้ครัวเรือนสูงกลายเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจระยะยาว
นอกจากนี้ การคิดจะให้คนซื้อสินค้าในดิวตี้ฟรีมากขึ้น เป็นการกระตุ้นให้คนใช้จ่ายแต่ก่อประโยชน์ในประเทศได้ไม่มากเท่าที่จะเสียไป เนื่องจากคนจะแห่ซื้อสินค้านำเข้า ซึ่งเกษตรกรหรือผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าโอท็อปไม่ได้อะไร ควรจะเน้นกินใช้สินค้าไทยจะตรงจุดมากกว่า และไม่สร้างปัญหาในอนาคต







