
คอร์รัปชั่นลด ต่อเนื่อง2ปี จัดซื้อแชมป์
เอกชนมองปัญหาคอร์รัปชั่นลดลง 2 ปีซ้อน จัดซื้อจัดจ้างแชมป์คอร์รัปชั่น
เอกชนมองปัญหาคอร์รัปชั่นลดลง 2 ปีซ้อน จัดซื้อจัดจ้างแชมป์คอร์รัปชั่น
นายบัณฑิต นิจถาวร เลขาธิการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) เปิดเผยผลการศึกษาการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย พบว่า ผลสำรวจ 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยได้ลดลงต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ปัญหาการคอร์รัปชั่นยังสูงก็ตาม
“มีเพียง 24% ที่มองว่าปัญหารุนแรงขึ้น เห็นได้จากกรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจที่ตอบแบบสำรวจเห็นว่า กระบวนการด้านการขอจดทะเบียนธุรกิจ ทะเบียนการค้า และการจัดตั้งบริษัทมีการปรับปรุงดีขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รองลงมาคือ กระบวนการทางภาษี/สรรพากร และการจดทะเบียนและขออนุญาตต่างๆ” นายบัณฑิต กล่าว
ทั้งนี้ CAC ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของกรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจ 828 คน ในช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค. 2558
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจยังพบว่ากระบวนการที่ถูกมองว่ามีโอกาสเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐและการจัดการประมูลโครงการของภาครัฐ รองลงมา คือ การจดทะเบียนและขอใบอนุญาตต่างๆ เป็นสำคัญ
นายบัณฑิต กล่าวว่า ผลการศึกษารอบล่าสุดนี้ชี้ว่าเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ความก้าวหน้าเริ่มมีบ้าง แต่ปัญหายังเป็นปัญหาใหญ่ที่ 90% มองว่ายังอยู่ในระดับที่สูงและสูงมาก จำเป็นที่ภาคเอกชนจะต้องสร้างเครือข่ายแนวร่วมในการต่อต้านทุจริตให้เข้มแข็งและมีพลังมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา
“น่ายินดีว่านักธุรกิจให้การยอมรับมากขึ้นว่าการคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข และพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ไข ดังนั้นในระยะต่อไป เราทุกคนต้องช่วยกันผลักดันการแก้ไขให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่องให้เห็นผลเป็นรูปธรรม” นายบัณฑิต กล่าว
ผลการสำรวจยังวิเคราะห์ได้ว่า หากสามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากประเทศไทยได้ 79% เห็นว่า จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างน้อยอีก 10% โดยผลประโยชน์ที่ภาคธุรกิจคาดว่าจะได้รับ ได้แก่ ต้นทุนทางธุรกิจที่ต่ำลง (27%) มีโอกาสในการแข่งขันในตลาดและสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น (19%) และมีการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น (16%)







