
รักษาคณะสงฆ์
การประชุมของมหาเถรสมาคม เพื่อเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีทีท่าว่าจะสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่มหาเถรสมาคมและรัฐบาลจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ
การประชุมของมหาเถรสมาคม เพื่อเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีทีท่าว่าจะสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่มหาเถรสมาคมและรัฐบาลจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ
ที่ผ่านมาความขัดแย้งทางการเมืองสร้างปัญหาแตกแยกในสังคมไทยมาหนักแล้ว จึงไม่ควรให้ประเด็นที่เกี่ยวกับศาสนาเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งขึ้นมาอีก โดยทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่มีความเห็นต่างกัน ควรต้องระมัดระวังการเสนอแนะความคิดเห็น ตลอดจนเคารพความเห็น ข้อเสนอของอีกฝ่าย เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมอีก
จริงอยู่ที่ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่ก็ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้แต่อย่างใด อีกทั้งเจ้าประคุณสมเด็จพระราชาคณะทุกรูป ล้วนแต่เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยธรรมปฏิบัติ หาได้ปรารถนาตำแหน่งหรือสมณศักดิ์ใดๆ ดังนั้นการเร่งเสนอนามในช่วงที่ความขัดแย้งเริ่มก่อตัวเช่นนี้ อาจนำมาซึ่งความมัวหมองแก่สมเด็จพระราชาคณะ
ในอดีตนั้น เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สิ้นพระชนม์ รัชกาลที่ 4 ก็ไม่ได้สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตลอดรัชกาล จวบจนสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์จะสถาปนาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ และทรงดำรงสมณฐานันดรสูงสุด เป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศฯ ไม่ทรงรับ เพราะถ่อมพระองค์ว่าเป็นเจ้าวังหน้า ไม่ควรข้ามชั้นเจ้านายวังหลวงหลายพระองค์ที่มีพระชันษาสูงกว่า
แม้ว่าปลายรัชกาลที่ 4 ถึงช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยจะไม่มีสมเด็จพระสังฆราช แต่การปกครองคณะสงฆ์ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ด้วยความปรองดองของฝ่ายราชการและคณะสงฆ์ร่วมกันรับเป็นธุระ
กระทั่งปี 2434 รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเจริญพระชนมายุ ไม่มีพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดมีพระชนมายุเทียมถึง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 รวมเวลาที่ประเทศไทยไม่มีสมเด็จพระสังฆราชถึง 38 ปี
12 ปีที่ผ่านมา มหาเถรสมาคมได้แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเพื่อบริหารคณะสงฆ์ และภายหลังสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ก็เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชต่อมา กิจการคณะสงฆ์ก็ดำเนินมาด้วยดี หาได้มีปัญหาอย่างใด การเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะเพื่อดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชจึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในช่วงเวลานี้ และหากเทียบกับความขัดแย้งที่จะตามมา อาจเกิดผลเสียมากกว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามัคคีทั้งของคนในชาติและในคณะสงฆ์







