
พบเสากล้องวงจรปิดไฟรั่วจริง "สุขุมพันธุ์" สั่งเช็กทั่วกรุงฯ
เจ้าหน้าที่ยืนยัน พบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วจริง บริษัทที่รับจ้างติดตั้งพร้อมรับผิดชอบทั้งหมดหลังยังอยู่ในระยะประกัน
เจ้าหน้าที่ยืนยัน พบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วจริง บริษัทที่รับจ้างติดตั้งพร้อมรับผิดชอบทั้งหมดหลังยังอยู่ในระยะประกัน
จากกรณีชายเร่ร่อนอายุประมาณ 35-40 ปี ถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิตข้างเสาซีซีทีวี บริเวณปากซอยพหลโยธิน 47 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร โดย พบบาดแผลบริเวณมือทั้งสองข้างลักษณะดำไหม้เกรียม ซึ่งทางประชาชนในละแวกดังกล่าวต่างยืนยันว่าเสาไฟฟ้าที่เกิดเหตุนั้นมีกระแส ไฟฟ้ารั่วจริง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ศาลาว่ากทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงข่าวต่อกรณีดังกล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุกระแสไฟฟ้ารั่วในพื้นที่กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยขณะนี้อยู่ในระยะประกันของบริษัทผู้รับจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด
นอกจากนี้ กทม.ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หาข้อมูลผู้เสียชีวิต รวมทั้งประสานกองประชาสัมพันธ์ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ญาติผู้เสียชีวิต ติดต่อที่สถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งกทม.จะให้การดูแลและช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีและเสา ทั่วทุกพื้นที่กทม. ที่มีอยู่ 50,000 ตัว และเสาที่มีมากกว่า 10,000 เสา ให้เร็วที่สุด โดยกล้องซีซีทีวีและเสาที่อยู่ในประกัน ให้แจ้งบริษัทผู้รับเหมา เข้าตรวจสอบทันที ซึ่งกทม.ต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อความมั่นใจของประชาชน
ด้าน นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทที่รับจ้างติดตั้งกล้องซีซีทีวี มีการตรวจสอบคุณภาพกล้องทุกๆ 15 วัน ซึ่งไม่พบว่ามีปัญหาใดๆ ขณะเดียวกัน เสาไฟที่ติดตั้งกล้องทุกเสาได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากการไฟฟ้านครหลวง ทั้งนี้ในบริเวณเกิดเหตุ นอกจากจะมีเสาที่ติดตั้งกล้องซีซีทีวีแล้ว ยังมีเสาของการไฟฟ้าฯ เสาไฟของพ่อค้าแม่ค้าบริเวณนั้นด้วย ขณะนี้กำลังตรวจสอบ โดยใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น จากเสาไฟหรืออุปกรณ์กล้องซีซีทีวีของกทม.บริษัทเอกชนที่รับจ้างติดตั้งกล้องจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เนื่องจากยังอยู่ในสัญญาการดูแลหลังการติดตั้ง
นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า กล้องซีซีทีวีดังกล่าว ติดตั้งเมื่อปี 57 และหมดประกันภายในปี 59 โดยผู้รับจ้างติดตั้งกล้องคือบริษัทยูไนเต็ด เทเลคอม เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส ซึ่งบริษัทดังกล่าว ได้ติดตั้งกล้องอยู่ทั่วพื้นที่ กทม. ประมาณ 1,000 ตัว โดยได้มีการปล่อยกระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ ซึ่งเป็นกระแสไฟฟ้าปกติที่ใช้ในบ้านเรือน
"จากการทดลองปล่อยกระแสไฟฟ้าร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ทั้งช่วงเช้าและช่วงดึก ที่ผ่านมา พบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วจริง แต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอุปกรณ์ชิ้นใดและจุดไหน ดังนั้น จึงให้เจ้าหน้าที่ กฟน. ตัดกระแสไฟที่กล้องซีซีทีวีดังกล่าวออกไป เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดที่แท้จริงต่อไป โดยต้องขอเวลาในการตรวจสอบ คาดว่าจะเร่งตรวจกล้องซีซีทีวีและเสาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด"
นายประสาน หงษ์ประไพร พนักงานการไฟฟ้านครหลวง บางเขน กล่าวว่า ไฟฟ้าที่รั่วนั้น เกิดจากบริษัทที่ทำหน้าที่ติดตั้งกล้องให้กับกทม. ซึ่งโดยปกติแล้วไฟฟ้าที่อยู่บนสายไฟฟ้าเมนหลักนั้น จะมีกระแสไฟอยู่ที่ 24,000 โวลต์ แต่เมื่อแปลงกระแสไฟฟ้าเข้ามาใช้งานกับซีซีทีวีจะใช้เพียง 220 โวลต์เท่านั้น หรือเท่ากับกระแสไฟภายในบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นการต่อที่ผิดระบบ







