posttoday
กรธ.เห็นชอบให้สื่อมีเสรีภาพแต่ต้องรับผิดชอบ

กรธ.เห็นชอบให้สื่อมีเสรีภาพแต่ต้องรับผิดชอบ

11 มกราคม 2559

กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบให้สื่อมีเสรีภาพแต่ต้องรับผิดชอบ วางกฎให้คตง.มาตรวจสอบงบพีอาร์ของหน่วยงานรัฐ

กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบให้สื่อมีเสรีภาพแต่ต้องรับผิดชอบ วางกฎให้คตง.มาตรวจสอบงบพีอาร์ของหน่วยงานรัฐ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นอกสถานที่ที่โรงแรมเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟคลับ ชะอำ จ.เพชรบุรี ในช่วงบ่าย ได้พิจารณาบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในหมวดเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบกับหลักการที่ให้บุคคลมีเสรีภาพทุกประการ แต่จะต้องไม่กระทบกับความมั่นคงของชาติ โดยบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 26 ว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพและได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นนั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความสงบเรียบร้อยของสังคมแลประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น"

ต่อมาได้มีกรรมการกรธ.ส่วนหนึ่งสอบถามต่อที่ประชุมว่า การอ้างเพื่อความมั่นคงเพื่อจำกัดเสรีภาพจะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการตรากฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินความจำเป็นหรือไม่

ฝ่ายเลขานุการคณะกรธ.ชี้แจงว่า การตรากฎหมายดังกล่าวจะทำได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ เจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญในมาตรานี้ จะเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ด้วยว่าตัวเองถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพหรือไม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเลขานุการได้แก้ไขและเพิ่มเติมถ้อยคำว่า "การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรมโดยไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุหรือจะกระทบกระเทือนต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ และต้องไม่เป็นกฎหมายที่ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลเป็นการเจาะจง และต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย"

ต่อมาเป็นการพิจารณาในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าสื่อมวลชนควรมีเสรีภาพเหมือนกับที่รัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 และ 2550 ได้ให้หลักประกันไว้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม มีหลายประเด็นที่คณะกรธ.ภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพอสมควร เช่น ในร่างรัฐธรรมนูญที่มาตรา 32 ที่บัญญัติว่า "การไขข่าวอันเป็นการละเมิดหรือกระทบสิทธิของบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์สาธารณะตามที่กฎหมายบัญญัติ" โดยมีกรธ.บางส่วนสอบถามกลางที่ประชุมว่าคำว่าการห้ามไขข่าวในที่นี้ครอบคลุมถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนหรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นอาจส่งผลให้ต้องมีการตรากฎหมายมาควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จากเดิมที่สื่อมวลชนมีภาระที่ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง อาญา และจรรยาบรรณของสื่อมวลชน

ฝ่ายเลขานุการคณะกรธ.ยืนยันว่าในมาตรา 32 เป็นการป้องกันไม่ให้รัฐนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการตีความจะตัดคำว่าการไขข่าวออกไป โดยเปลี่ยนเป็น "การกระทำใดอันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์สาธารณะตามที่กฎหมายบัญญัติ" แทน

ถัดมาที่ประชุมกรธ.เห็นชอบกับการรับรองสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนแต่ต้องไม่สร้างความแตกแยกและความเกลียดชังตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา ในหลายประเด็น เช่นร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 34 ซึ่งกรธ.ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปรอดองผ่านการป้องกันไม่ให้เกิดการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง

โดยบัญญัติว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน พิมพ์ โฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นและมีเสรีภาพทางวิชาการ การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อการรักษาความมั่นคงของชาติ เพื่อคุ้มครองสิทธิ และเพื่อป้องกันมิให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชัง"

เช่นเดียวกับการเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 35 ที่ห้ามปิดหนังสือพิมพ์ และบุคคที่ประกอบอาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพหรือการแสดงความคิดเห็นตามจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งให้บุคคลที่เป็นสื่อมวลของรัฐมีเสรีภาพแต่ต้องไม่เป็นเครื่องมือในทางการเมืองของฝ่ายการเมือง ซึ่งคณะกรธ.จะบัญญัติมาตรการป้องกันต่อไป

นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐที่ใช้จ่ายค่าตอบแทนให้กับหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนของเอกชนเพื่อประโยชน์ในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ จะต้องเปิดเผยรายละเอียดให้กับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ทราบตามระยะเวลาที่คตง.กำหนด และให้คตง.ประกาศให้ประชาชนทราบ ไม่เพียงเท่านี้จะไปกำหนดไว้ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินด้วยว่าหากหน่วยงานรัฐใดไม่ดำเนินการตามที่กำหนดจะถือว่าผู้บริหารหน่วยงานรัฐนั้นมีความผิดด้วย

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรธ. แถลงว่า คณะกรธ.ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราตั้งแต่หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการคงหลักการเดิม แต่มีการเปลี่ยนถ้อยคำบางประการให้มีความครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งมีการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งสาระสำคัญคือการกำหนดหลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้กว้างขวางขึ้น รวมถึงเพิ่มหลักการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งการพิจารณารายละเอียดทั้งหมดของกรธ.ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ในส่วนของรายละเอียดสามารถนำกลับมาทบทวนได้อีกตามความเหมาะสม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท