
ดับสยามอัญมณีแม่สอด...ศูนย์กลางค้าเอเซีย
8...ทีมข่าวภูมิภาค
เส้นทางการค้าอัญมณีแม่สอด เมืองชายแดนไทยพม่า มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ไม่แพ้เมืองจันทบุรี โดยมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนในรูปแบบของวัฒนธรรมคนท้องถิ่น ในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูการค้าแห่งนี้มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าวันละ 100 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาตลาดอัญมณีแม่สอดไม่คึกคักเหมือนตลาดอัญมณีเมืองจันทบุรี เนื่องจากสินค้าอัญมณีถูกทำลายโดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่นำเข้าจากพม่าไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร
พัชรี พงษ์พิทักษ์ พาณิชย์จังหวัดตาก บอกว่า จากภาพลักษณ์คุณภาพสินค้าไม่ได้มาตรฐานในอดีต ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนใน จ.ตาก จึงหันหน้ากลับมาฟื้นฟูตลาดอัญมณีแม่สอดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตลอดทั้งเพื่อสนองนโยบายกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการจะพัฒนาย่านการค้าแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่การค้าชายแดนไทยพม่า ที่กำลังเติบโตก้าวกระโดด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาย่านการค้าสยามอัญมณีแม่สอดขึ้นมา โดยมุ่งเน้นกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์และการสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ย่านการค้าสยามอัญมณีแม่สอด เป็นศูนย์กลางการค้าเอเชียที่รู้จักแพร่หลายและเกิดการยอมรับทั่วไปอย่างยั่งยืน
“
ที่ผ่านมาสยามอัญมณีแม่สอดยังไม่เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะรู้จักเฉพาะกลุ่มผู้ค้าอัญมณีเท่านั้น ซ้ำภาพลักษณ์ในเรื่องคุณภาพมาตรฐานและราคาของสินค้าถูกทำลายโดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามา แต่หลังจากนี้หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปจัดระเบียบ วางขอบเขต อบรมเสริมความรู้ให้กับผู้ประกอบการในการดูคุณภาพอัญมณีได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้วจะไม่ถูกหลอกทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ” พัชรี กล่าวพาณิชย์จังหวัดตาก บอกอีกว่า ในอนาคตสยามอัญมณีแม่สอดเป็นย่านการค้าที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ที่จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและปลุกเศรษฐกิจแม่สอดให้เป็นตลาดสำคัญของประเทศ ที่กระทรวงพาณิชย์จะพัฒนาให้เป็นตลาดที่ได้มาตรฐานของประเทศ และพัฒนาเป็นศูนย์อัญมณีในระดับภูมิภาค เนื่องจากสามารถนำวัตถุดิบอัญมณีมาจากแหล่งกำเนิดจากประเทศพม่ามาเพิ่มมูลค่า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่มีกว่า 78 ราย ได้ใบรับรองคุณภาพสินค้าจากพาณิชย์จังหวัดตาก ทำให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคเกิดความมั่นใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น
สุรีรัตน์ เครือวงษ์ ประธานชมรมอัญมณีและเครื่องประดับแม่สอด บอกว่า มั่นใจว่าย่านการค้าสยามอัญมณีจะกลายเป็นศูนย์กลางค้าอัญมณีสำคัญของไทยแทนเมืองจันทบุรี ซึ่งปัจจุบันเริ่มซบเซาเนื่องจากขาดวัตถุดิบ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเลิกกิจการหันไปทำธุรกิจอื่น ขณะที่ตลาดอัญมณีแม่สอด แม้ว่าไม่มีแหล่งวัตถุดิบในพื้นที่ แต่ได้เปรียบตรงที่จะมีคนเดินพลอยหรืออัญมณีจากพม่ามาขายให้กับผู้ประกอบการชาวไทย ทำให้กลายเป็นถนนคนเดินพลอยพบปะซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างกัน มีมูลค่าหลายสิบล้านบาทต่อวัน ซึ่งมีราคาตั้งแต่ระดับร้อยบาทไปจนถึงระดับล้านบาท
“
ถนนคนเดินพลอยสายนี้ เปรียบเสมือนชีวิตของคนเดินพลอยแห่งใหม่ก็ว่าได้ ในแต่ละวันมีคนเดินพลอยจากพม่าเข้าออกเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สยามอัญมณีแม่สอดคึกคักทันตาเห็น ตั้งแต่เช้าไปจนถึงเย็น ทำให้เรามั่นใจว่าอนาคตจะกลายเป็นแหล่งอัญมณีสำคัญของไทยอย่างแน่นอน” ประธานชมรมอัญมณีและเครื่องประดับแม่สอด กล่าวสุรีรัตน์ บอกว่า พลอยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีของแม่สอด มีลักษณะเด่น คือ เป็นพลอยหลังเบี้ย นูนโค้งเหมือนหลังเต่า มีแฉกเป็นสตาร์ จึงเรียกพลอยลักษณะนี้ว่า พลอยสตาร์ ซึ่งเป็นพลอยที่แสดงปรากฏการณ์การเล่นแสงเป็นแฉกคล้ายดอกจันหรือดวงดาว คนไทยเรียกพลอยชนิดนี้ว่า
“พลอยสาแหรก” ปัจจุบันนิยมเรียกทับศัพท์ว่า “พลอยสตาร์” ลักษณะพลอยสตาร์มีหลายแบบ เช่น สตาร์ 4 แฉก สตาร์ 6 แฉก 8 แฉก ไปจนถึง 12 แฉก จะเห็นว่าแฉกของสตาร์จะเป็นเลขคู่เท่านั้น โดยทั่วไปแล้วแต่ละแฉกจะอยู่ห่างเท่าๆ กัน พลอยสตาร์จึงจัดเป็นพลอยหายาก






