
แห่ตั้งรับศก.เฉา
ธุรกิจปรับแผนรับมือเศรษฐกิจผันผวน เตือนร้านอาหาร แฟชั่นอย่าลุยเต็มร้อย
ธุรกิจปรับแผนรับมือเศรษฐกิจผันผวน เตือนร้านอาหาร แฟชั่นอย่าลุยเต็มร้อย
นายชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การขยายธุรกิจในปีนี้ต้องระมัดระวังอย่าใส่เกียร์ลุยเต็มที่ เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ผันผวนจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะร้านอาหาร สินค้าแฟชั่น เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มสินค้าดังกล่าว
นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ในเครือเอ็ม บี เค กรุ๊ป กล่าวว่า สัญญาณเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ทำให้บริษัทต้องประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อปรับแผนธุรกิจ ในเบื้องต้นอาจชะลอการขยายสาขาร้านสุกี้นัมเบอร์วันเหลือ 5-7 สาขา จากเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 10 สาขา
ด้าน นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ปรับแผนตลาดเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่มีสัญญาณไม่ดีในปีนี้ โดยเน้นเดินเข้าไปหาลูกค้ามากขึ้น ปรับลดช่องทางจำหน่ายลง 10 สาขา ที่ไม่สร้างรายได้ออก จากที่มีอยู่ 210 สาขา และหันไปเพิ่มจุดขาย ด้วยการตั้งเต็นท์ตามตลาดนัด 1,000 จุด เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังลดงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ลง และหันมาใช้โฆษณาเคลื่อนที่ผ่านทางรถขนส่งสินค้าแทน เพื่อลดต้นทุน และบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปีนี้คาดว่ารายได้จะยังเติบโตได้ 20-25% จากปีที่ผ่านมา 3,400 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการเติบโต
ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ปรับตัวรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวนเช่นกัน โดยนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ สายงานคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในภาวะเช่นนี้บริษัทต้องรักษาโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่ง และมีเครดิตที่ดี พัฒนาโครงการให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า บริษัทได้ปรับตัวด้วยการหันไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาลู่ทางลงทุนในประเทศอินโดนีเซียและเมียนมา จากปัจจุบันที่เข้าไปลงทุนแล้วใน 2 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย







