
สุริยะใสหนุนสนช.-กรธ.ผุดกลไกขับเคลื่อนปรองดอง
"สุริยะใส" หนุน สนช.- กรธ.สร้างกลไกขับเคลื่อนการปรองดอง ไม่แปลกใจ พท.-นปช.ขวางเหตุเพราะยังถือธงเหมาเข่ง
"สุริยะใส" หนุน สนช.- กรธ.สร้างกลไกขับเคลื่อนการปรองดอง ไม่แปลกใจ พท.-นปช.ขวางเหตุเพราะยังถือธงเหมาเข่ง
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสร้างความปรองดอง โดยมีการเชิญทุกฝ่ายเข้าร่วม แม้ที่ผ่านมาในหลายรัฐบาลจะมีการตั้งคณะกรรมการมาหลายชุดแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เหตุเพราะกรรมการไม่ได้รับความไว้วางใจและมีบางครั้งมีข้อเสนอที่บิดเบือนและขัดหลักการปรองดอง จนทำให้การปรองดองกลายเป็นเกมการเมืองและห่างไกลความเป็นจริงมากขึ้น ทั้งที่ปัญหาความแตกแยกในสังคมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะสังคมที่ไร้ความสามัคคีก็ยากที่จะปฏิรูปได้สำเร็จ จึงต้องทำทั้ง 2 เรื่องไปพร้อมๆกัน ในรัฐบาลนี้โอกาสก็ค่อนข้างเปิดกว่าในรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองเพราะถูกมองว่ามีส่วนได้เสียจนทำให้กระบวนการปรองดองที่ผ่านมาล้มเหลว
"ข้อผิดพลาดใหญ่หลวงคือที่ผ่านมาเวลาพูดเรื่องปรองดองมักจะชูประเด็นนิรโทษกรรมก่อนอื่นใด กระทั่งมีการเสนอร่าง พรบ.นิรโทษแบบเหมาเข่งทำให้สังคมหวาดระแวง ฉะนั้น กมธ.ที่ สนช.จะตั้งขึ้นมาใหม่ควรมองภาพกว้างกว่านั้น และมีทางเลือกและข้อเสนอที่หลากหลายทั้งระยะสั้น ระยะยาว ทั้งประเด็นร้อนและประเด็นเย็น"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า แม้เรื่องนิรโทษกรรมจะเป็นเรื่องสำคัญในกระบวนการปรองดอง แต่ก็ต้องใช้เหตุและผลสูง รวมทั้งการแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงที่เพียงพอก่อนจะเสนอแนะต่อสังคม ส่วนที่พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.บางส่วนออกมาค้านนั้น ไม่แปลกใจเพราะธงของการปรองดองของคนกลุ่มนี้คือ Set Zero ล้างผิดแบบเหมาเข่งเพื่อให้ใครบางคนได้ประโยชน์ไปด้วยเท่านั้น
นอกจากนี้ก็เห็นด้วยกับกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะบัญญัติกลไกและกระบวนการปรองดองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและมีเจ้าภาพที่เป็นทางการในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ในระยะยาวด้วย







