
"สมพร" ติงคสช.ใช้อำนาจอย่างไม่มีเหตุผลอันควรปลดกรรมการ สสส.
"สมพร ใช้บางยาง" ติงคสช. ใช้อำนาจอย่างไม่มีเหตุผลอันควร หลังสั่งปลดคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.
"สมพร ใช้บางยาง" ติงคสช. ใช้อำนาจอย่างไม่มีเหตุผลอันควร หลังสั่งปลดคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.
นายสมพร ใช้บางยาง อดีตกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เผยแพร่จดหมายถึงเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาดังนี้
จดหมายจาก นายสมพร ใช้บางยาง
วันที่ 9 มกราคม 2559
ถึง พี่น้องเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ที่เคารพรักทุกคน
ตามที่ได้ทราบกันโดยทั่วไปว่าได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย ลงวันที่ 5 มกราคม 2559 ให้ผมและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. จำนวน 7 ท่าน พ้นจากการเป็นกรรมการและการดำรงตำแหน่งในกองทุน ผมก็รู้สึกงง ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่มีลางบอกเหตุ ไม่มีเมฆฝนเกิดขึ้นมาก่อนแต่อย่างใด จึงได้ตั้งสติเพื่อใช้ปัญญาคิดทบทวนกับตัวเองอยู่ 2 วัน ในความรู้สึกไม่เสียใจกับการพ้นจากการเป็นกรรมการและตำแหน่งอื่นใน สสส. แต่เสียความรู้สึกว่าผู้มีอำนาจใช้อำนาจอย่างไม่มีเหตุผลอันควร คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของคนเช่นเรา มันไม่ยุติธรรมกับเรา ที่สำคัญคือการตัดสินชีวิตเราด้วยการอ้างเหตุผลที่สังคมมองว่าเป็นพวกทุจริต เราจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาเพื่อให้ผู้ออกคำสั่งและสาธารณะชนได้รับทราบข้อเท็จจริงและปกป้องเกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรีของตัวเองและวงศ์ตระกูล จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ออกคำสั่ง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. เนื่องจากในคำสั่งไม่ได้ระบุเหตุผลในการให้พ้นจากการเป็นกรรมการ แต่คาดว่าน่าจะมาจากกรณีที่เป็นกรรมการในมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่รับเงินสนับสนุนจาก สสส. ก็ได้เรียนข้อเท็จจริงไปว่า การรับเป็นกรรมการมูลนิธิ ฯ เนื่องจากได้รับการทาบทามจากท่าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิ ฯ โดยพิจารณาเห็นว่าเคยทำงานในกระทรวงมหาดไทยทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น รู้ระบบ รู้พื้นที่ รู้คน ในระดับล่างเป็นอย่างดีและกว้างขวางทั่วประเทศ สามารถที่จะช่วยกำหนดทิศทางเชิงนโยบายและการรณรงค์ในการลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ในกลุ่มคนชนบทซึ่งตามสถิติยังมีอีกเป็นจำนวนมากซึ่งยังเข้าถึงได้ยาก ประกอบกับรับผิดชอบงานสุขภาวะชุมชน ทำงานกับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นกว่า 2 พันแห่ง สามารถที่จะช่วยขยายผลไปในเครือข่ายส่วนนี้ได้อีกด้วย ซึ่งคิดว่าเป็นประโยชน์กับส่วนรวมตรงตามภารกิจ ประกอบกับไม่มีระเบียบของ สสส.หรือข้อห้ามใด ๆ จึงรับเป็นกรรมการมูลนิธิ ฯ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งก็ไม่เคยใช้ความเป็นกรรมการเอื้อประโยชน์ทั้งในเรื่องงบประมาณหรือประโยชน์อื่นใดให้มูลนิธิ ฯ เลย และในการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนมูลนิธิ ฯ ในการประชุมคณะกรรมการ สสส. ครั้งที่ 10/2556 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556 จำนวน 85 ล้านบาทเศษ ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบว่ามีการท้วงติงเรื่องนี้จากหน่วยตรวจสอบก็ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการมูลนิธิ ฯ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558
2. เนื่องจากการให้พ้นจากการเป็นกรรมการ สสส. ปรากฏในคำสั่งเรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งทำให้คนในสังคมเข้าใจว่าการให้กรรมการ สสส.ทั้ง 7 ท่านพ้นจากตำแหน่งมีสาเหตุมาจากการทุจริต จะเกิดขึ้นโดยจงใจ หรือเพื่อดิสเครดิต สสส.จากความไม่หวังดีของคนกลุ่มหนึ่งหรือไม่ก็ตาม ผมยอมรับไม่ได้ เพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งกับตัวเอง วงศ์ตระกูล รวมทั้งการขาดความศรัทธา เชื่อถือ ในตัวเราด้วย เพราะตลอดระยะเวลาของการรับราชการ ได้ตั้งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงตรง ยุติธรรม โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมและประชาชนเป็นหลัก ในฐานะเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในการปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการ และหน้าที่อื่นใน สสส. ก็ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่น เสียสละ สุจริต เที่ยงตรง มาโดยตลอด สามารถตรวจสอบได้
ทั้ง 2 หัวข้อข้างต้นเป็นสาระสำคัญที่ยื่นถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ที่รับผิดชอบตามระบบ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และขอความเป็นธรรม มิได้หวังผลเพื่อการกลับมาเป็นกรรมการ สสส. แต่เพื่อศักดิศรีของเรา องค์กรของเรา เครือข่ายของพวกเรา ซึ่งจากวิกฤติครั้งนี้ทำให้ได้เห็น ได้รับรู้ รับทราบถึงพลังน้ำใจของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ที่แสดงออกต่อผมทั้งที่ถึงโดยตรง ผ่านบุคคลอื่น และผ่านการสื่อสารเพื่อการรับรู้ต่าง ๆ ด้วยความเห็นใจ เสียใจ เป็นห่วง ให้กำลังใจในการต่อสู้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมต่อไป ซึ่งก็เชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะผมเท่านั้น ใครก็ตามที่อยู่ในเครือข่ายของพวกเราได้รับความทุกข์ ไม่ได้รับความยุติธรรม หรือถูกข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม พวกเราก็คงออกมาแสดงพลังความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกันอย่างแน่นอน นี่คือจิตวิญญาณที่เราร่วมกันสร้างขึ้นมาจนเป็นวัฒนธรรมของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ที่พวกเราควรภาคภูมิใจ ขอชื่นชมในพลังความดีของพวกเราและขอให้ร่วมกันรักษาไว้ตลอดไป
จากพลังใจของพี่น้องเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ รวมทั้งพลังใจจากบุคคล กลุ่มบุคคล จากทุกภาคส่วนที่สนิทสนมรู้จักคุ้นเคย และร่วมงานกันมา เป็นจำนวนมาก ทำให้ความไม่สบายใจรวมทั้งความรู้สึกที่ไม่ดีต่าง ๆ จากเหตุการณ์ครั้งนี้หมดสิ้นไป กลับเป็นพลังที่จะช่วยให้ได้มุ่งมั่นทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไป โดยเฉพาะกับพี่น้องเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ในอันที่จะช่วยกันสร้างชุมชนท้องถิ่นของเราให้เข้มแข็งด้วยพลังของเราเพื่อเป็นฐานของประเทศไทยที่แท้จริง พร้อม ๆ ไปกับการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับตัวเรา ครอบครัวของเรา ชุมชนของเรา สังคมของเรา และประเทศของเราในที่สุด และขอถือโอกาสนี้ขอบคุณในทุกพลังใจที่มีต่อผมด้วยความจริงใจ บริสุทธิใจด้วย
สมพร ใช้บางยาง
เพื่อนร่วมเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่







