
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม)
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูง 32 เมตร
โดย...ส.สต
ปณิธานอันแน่วแน่ ของสมเด็จพระมหาธีราจารย์
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูง 32 เมตร (อาการแห่งกายครบบริบูรณ์ทั้ง 32 ประการของมนุษย์) เพื่อเป็นศูนย์รวมความเคารพ สักการบูชาของพุทธศาสนิกชนอีกแห่งหนึ่ง และเป็นอนุสรณ์แด่พระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน โดยเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธเมตตาประชาไทย ไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์” ซึ่งมีความหมาย 3 ประการ ได้แก่
1) เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยและชาวโลก
2) เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของ 3 โลก อันได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก
3) เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน
สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2547 ฉันท์ทิพย์ กลิ่นโสภณ ได้ถวายที่ดินบริเวณ ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ราว 320 ไร่ แด่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เพื่อสร้างวัด ต่อมาเมื่อสร้างวัดสำเร็จแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เห็นว่า “ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าวต่างประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ฟังมาแล้วฝนไม่ตกมาหลายปี การขนส่งบรรทุกน้ำมาใช้ก็เป็นเรื่องยากและใช้เงินมากพอสมควร ได้ฟังมาว่าเนื้อที่ตรงนี้ดี แต่กักเก็บน้ำไม่อยู่ ก็คิดว่าหากเราสร้างพระพุทธรูปสักองค์ ก็ต้องสร้างเป็นปางคันธารราฐหรือปางขอฝน บางทีอาจจะช่วยให้ฝนฟ้าตกได้”
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ใช้เวลาหลายปีในการบอกอนุโมทนากับผู้ใจบุญ และศิษยานุศิษย์ และได้ลงมือปั้นหุ่นจำลององค์พระต้นแบบด้วยตนเอง รวมทั้งเดินทางไปดูการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ แม้แต่ในช่วงที่อาพาธอยู่ เนื่องจากมีปณิธานอันแน่วแน่ว่า หลวงพ่อพระพุทธเมตตาฯ คงจะสร้างความสุขให้แก่พ่อแม่พี่น้อง ชาว ต.ดอนแสลบ ให้มีฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารบริบูรณ์ หวังว่าหลวงพ่อองค์นี้จะประทานความสุขแก่ชาว จ.กาญจนบุรี ชาวไทยและชาวโลก ในภายภาคหน้าสืบไป
มีพระมหากรุณารับโครงการไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์
เนื่องในวันวิสาขบูชา พ.ศ. 2553 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทรงสดับพระธรรมเทศนา ณ วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์จึงได้ถวายพระพรถึงเรื่องความตั้งใจที่จะจัดสร้างพระพุทธรูปดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับเป็นพระราชธุระ ที่จะทรงช่วยให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระมหากรุณารับโครงการฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2554 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการรำลึกถึงสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ รวมทั้งจะได้มีศาสนสถานที่สำคัญ เป็นศูนย์รวมจิตใจมีความเคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และยังเกิดแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย
ลักษณะของโครงการและระยะเวลาดำเนินการ
พระพุทธเมตตาฯ เป็นพระพุทธรูปปางขอฝนทรงยืน (ปางคันธารราฐ) หล่อด้วยโลหะสำริด ความสูง 32 เมตร ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้เปรียบเสมือน “พุทธอุทยาน” รวมถึงจัดสร้างอาคารประกอบต่างๆ และสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น ใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 3 ปี เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 จนถึงเดือน ธ.ค. 2557
แนวคิดการออกแบบ
นอกจากการจัดสร้างองค์พระและลานประทักษิณแล้ว ยังมีการก่อสร้างอาคารประกอบ สาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น และพื้นที่สาธารณประโยชน์ โดยแนวคิดการออกแบบงานสถาปัตย์และภูมิสถาปัตย์เน้นความเป็นไทย นำองค์ประกอบและวัสดุพื้นถิ่นมาใช้ รวมถึงเน้นความนอบน้อมกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติโดยรอบ ภายในโครงการเน้นการจัดการแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ มีแหล่งเก็บกักน้ำหลัก 3 แห่ง เพื่อให้ประชาชนโดยรอบได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน พันธุ์ไม้ที่จะนำมาปลูกใช้ไม้พื้นถิ่น ไม้ดอก และต้นไม้ในพุทธประวัติ
การจัดพื้นที่ภายในโครงการ
พื้นที่ภายในโครงการจัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่สาธารณประโยชน์ ประกอบด้วยพื้นที่จอดรถ อาคารร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม อาคารร้านขายของที่ระลึกและอาคารส่วนซ่อมบำรุง กลุ่มอาคารสำนักงานและศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนบริเวณที่ประดิษฐานองค์พระ ประกอบด้วยลานประทักษิณ สวนกลาง อาคารหอประวัติ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เขามอ และในส่วนบริเวณสวนป่าพุทธอุทยาน ประกอบไปด้วย ลานปฏิบัติธรรม ศาลาพักผ่อน ห้องน้ำ รวมถึงจัดให้มีเส้นทางสำหรับจักรยาน ทางเดินเท้า และทางลาดสำหรับผู้ทุพพลภาพ







