
สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่อะไรกันนักหนา
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
โดย...ส.คลองเตย
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีเค้าลางแห่งความวุ่นวายมานับตั้งแต่ก่อนการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่มีการพระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อ 16 ธ.ค. 2558 จนถึงปัจจุบัน
เหตุผลแห่งความวุ่นวายคงรู้กันอยู่แก่ใจว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ คงป่วยการที่จะกล่าวถึงให้เป็นการระคายเคืองหรือเป็นบาปกรรมต่อบุคคลอื่นๆ ทั้งพระและฆราวาส
แต่ยังโชคดีที่ ดร.วิษณุ เครืองาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้แม่นยำด้านกฎหมาย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่เป็นความจริงตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติให้คนในสังคมได้มีเวลาฉุกคิดทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ก่อนที่เรื่องจะลุกลามจนคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาจะเปรอะเปื้อนด้วยลมปากของคนที่เจตนาคัดค้านและไม่เจตนาคัดค้าน
หลักกฎหมายตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 มาตรา 7 ที่ท่านรองนายกวิษณุ เครืองาม ยกมานั้นสั้น ชัดเจน ว่า
...ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช...
หลักแห่งธรรมเนียมปฏิบัติที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีอาจจะอยากสื่อแต่ไม่ได้พูดตรงๆ คือ เรื่องของคณะสงฆ์ ปุถุชนที่ศีล 5 ยังไม่มีบริบูรณ์อย่ายุ่งเลยในนัยที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีระบุในการให้สัมภาษณ์ว่าต้องทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ นับว่าควรค่าแห่งการอนุโมทนายิ่งที่อย่างน้อยคนจะคิด จะพูด จะเขียนถึงเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่จะได้อยู่ระลึกตนให้อยู่ในกรอบแห่งกฎหมายบ้าง การเคารพกฎหมายแทนการใช้ความเชื่อส่วนตนที่ถือเป็นบุญของสังคมอย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อยและปกติสุขได้
...ก็ที่เมืองไทยเราวุ่นวายอยู่ก่อนหน้านี้ ก็เพราะการไม่เคารพกฎหมายเป็นเหตุใหญ่ เราๆ ท่านๆ คงพอเห็นได้
จึงไม่อายที่ควรจะยกสิบนิ้วท่วมหัวอนุโมทนาบุญ กล่าวสาธุ...สาธุ...สาธุ ให้แก่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม ที่ออกมาระงับความสำคัญผิดของสังคมได้ทันท่วงที
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอนำเอารายชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอยู่ในปัจจุบันมาบันทึกไว้เป็นข้อมูล ดังนี้
1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ วรวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2538
2.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2544
3.สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2552
4.สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศราชวรมหาวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2552
5.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2553
6.สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2553
7.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม วรวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2554
8.สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร ดำรงตำแหน่ง 5 ธ.ค. 2557
ซึ่งแน่นอนว่าแม้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม จะทราบดีว่าสมเด็จรูปใดอาวุโสสูงสุด แต่ก็จะสังเกตได้ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้เอ่ยพระรูปใดเลยว่าจะได้เป็น นับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้รู้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูดที่ดียิ่ง เพราะเป็นเรื่องของมหาเถรสมาคมเป็นต้นเรื่อง เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ต่อเรื่องนำทูลเกล้าฯ เป็นพระราชอำนาจตามกฎหมายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงวินิจฉัยลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และท้ายที่สุดเป็นเรื่องแห่งนายกรัฐมนตรีที่จะลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
จึงเป็นความงดงามแห่งวัตรปฏิบัติของท่านรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม ที่เราๆ ท่านๆ ควรเอาเป็นแบบอย่าง
และคงถึงเวลาที่ควรจะเลิกพูด เพราะถ้าพูดต่ออาจเป็นเหตุให้ผู้พูดเป็นผู้กระทำบาปต่อพระสงฆ์ที่ปู่ย่าตายายเตือนไว้ สอนไว้ว่าอย่าทำ
เพราะแค่นี้คนทั่วไปก็สงสัยกันทั่วแล้วว่ามันอะไรนักหนา...?!!?







