
ยึด กฎหมาย ให้แน่น
เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่กำลังเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคม แต่คณะสงฆ์อาจเดินเกมเงียบๆ
โดย...สมาน สุดโต
เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่กำลังเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคม แต่คณะสงฆ์อาจเดินเกมเงียบๆ เพื่อไม่ให้ถูกกดกันก็ได้ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นช่องว่างให้คนไม่ชอบออกมาโจมตี พระเถระที่อาวุโสโดยสมณศักดิ์ คือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่อยู่ในฐานะที่ต้องได้รับการสถาปนาตามกฎหมาย
ในขณะที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบนักข่าวเรื่องสถาปนาสังฆราชองค์ใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาลก็พูดว่า ต้องดูสถานการณ์ ต้องดูกฎหมาย ดูความเหมาะสม ถ้ายังมีปัญหา มีความขัดแย้งอยู่ก็ต้องทำให้คลี่คลายให้ได้ก่อน แปลคำพูดนายกรัฐมนตรี คือให้ราคากับการคัดค้าน ที่ก้าวก่ายการปกครองคณะสงฆ์โดยไม่กลัวบาป
สังฆมณฑลว่างสังฆราช 2 ปี
ในความเห็นของผู้เขียน เห็นว่าการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก และควรทำโดยเร็ว เพราะสังฆมณฑลว่างสมเด็จพระสังฆราชมาอย่างน้อย 2 ปี นับแต่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ (24 ต.ค. 2556) จนกระทั่งพระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อ 16 ธ.ค. 2558 โดยไม่นับเมื่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นประชวรตั้งแต่ 20 ก.พ. 2543 จนกระทั่งไม่สามารถเสด็จมาลงปาฏิโมกข์ที่วัดบวรนิเวศอีกเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2550
ระหว่างที่สมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เกิดปัญหาเช่นการปลอมลายพระหัตถ์มาแต่ปี 2545 (รายงานกองพิสูจน์หลักฐาน 30 ก.ค. 2545 รายงานที่ 1001/2545) เมื่อรัฐบาลมีมติให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยมีสมเด็จและรองสมเด็จ 5 รูปเป็นผู้ช่วยในเวลา 6 เดือน เผื่อว่าสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นจะทรงหายจากอาการประชวร แต่ก็มีขบวนคัดค้านการตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ทำหน้าที่ดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้คืนพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชแก่พระมหากษัตริย์ รวมทั้งประกาศให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ต้องอาบัติทางวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์ เรียกว่าจาบจ้วงกันหนักมาก แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ก็บำเพ็ญขันติบารมีไม่โต้ตอบ โดยทำหน้าที่ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จนกระทั่งมรณภาพเมื่อ ส.ค. 2556 ผ่านมาถึง 24 ต.ค.ปีเดียวกัน สมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นก็สิ้นพระชนม์
ตั้งตำแหน่งอื่น เว้นสังฆราช
เมื่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ก็ดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพราะอาวุโสโดยสมณศักดิ์ จวบจนงานถวายเพลิงพระศพเสร็จสิ้น วันที่ 16 ธ.ค. 2558 มหาเถรสมาคมมีมติแต่งตั้งสมเด็จพระวันรัต เป็นเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ หลังจากรักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราชมานานเช่นกัน แต่ไม่มีการลงมติแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่แต่อย่างใด โดยพระเถระที่เป็นกรรมการ มหาเถรสมาคมบางรูปว่าเร็วเกินไป จนกระทั่งพระสุวิทย์แห่งวัดอ้อน้อยออกมาเรียกร้องว่าสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ต้องมีคุณสมบัติที่พึงประสงค์อย่างไรบ้าง หลังจากนั้นไพบูลย์ นิติตะวัน ก็ยื่นหนังสือถึง รองประธาน สนช. กลายเป็นปมทางการเมือง เพราะพยายามโยงให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เกี่ยวเนื่องกับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธว่าท่านไม่เกี่ยวด้วย เพราะวิชาธรรมกายเกิดจากวัดปากน้ำ
การอ้างว่าถ้าเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย จะต้องเสียโอกาสต่างๆ นั้น วัดต่างๆ ในประเทศไทยเกือบทั้งหมดล้วนแต่เกี่ยวข้อง เพราะต่างก็รับนิมนต์มาในกิจกรรมของวัดธรรมกายเสมอ รวมทั้งพระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคแต่ละปีก็ไม่เว้น เพราะทางวัดพระธรรมกายจัดฉลองให้ทุกปี
จึงไม่ควรให้ครูมาปะปนกับพฤติกรรมบางอย่างของศิษย์ (บางคน) มิเช่นนั้นศิษย์ทำผิด ครูต้องผิดด้วยอย่างนั้นหรือ
โปรดอ่าน พ.ร.บ.คณะสงฆ์อีกครั้ง
เพื่อความเข้าใจและทำหน้าที่อย่างถูกต้อง โปรดอ่าน พ.ร.บ.สงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 อีกครั้ง ซึ่งมี 5 มาตรา ประกอบด้วย
มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง กรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่าง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
มาตรา 8 สมเด็จพระสังฆราชดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ทรงบัญชาการคณะสงฆ์ และทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม
มาตรา 9 ในกรณีสมเด็จพระสังฆราชทรงลาออกจากตำแหน่ง หรือพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกจากตำแหน่ง พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จพระสังฆราช
มาตรา 10 เมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และมาตรา 11 สมเด็จพระสังฆราชพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ 1.มรณภาพ 2.พ้นจากความเป็นพระภิกษุ 3.ลาออก 4.ทรงพระกรุณาโปรดให้ออก
สมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ คือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ถ้าทุกท่านทำหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ยึดทศพิธราชธรรมข้อที่ 10 ไว้เสมอ ปัญหาไม่เกิดครับ







