posttoday
อริยะ พนมยงค์ ผู้นำไม่ควรยึดติดกับตำแหน่ง

อริยะ พนมยงค์ ผู้นำไม่ควรยึดติดกับตำแหน่ง

10 มกราคม 2559

หากนึกถึงผู้บริหารแถวหน้าในวงการไอทีที่ต้องนึกถึง คงต้องมีชื่อของ อริยะ พนมยงค์ ติดอยู่ในอันดับต้นๆ

โดย...ณัฎฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

หากนึกถึงผู้บริหารแถวหน้าในวงการไอทีที่ต้องนึกถึง คงต้องมีชื่อของ อริยะ พนมยงค์ ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของรายชื่อผู้บริหารวงการไอทีของไทยที่ความสามารถทัดเทียมระดับโลก ด้วยประสบการณ์ในงานบริหารและพัฒนาธุรกิจในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและโทรคมนาคมรวมกว่า 18 ปี พร้อมกับปริญญาโท 2 ใบ ด้านคณิตศาสตร์และไอทีจากมหาวิทยาลัย Marne-La-Vallee ประเทศฝรั่งเศส และด้านวิทยาการจัดการจาก London School of Economics ประเทศอังกฤษ ทำให้อริยะสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน

ด้วยประสบการณ์การทำงานในธุรกิจโทรคมนาคมจากต่างประเทศที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารลูกค้าสัมพันธ์และการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่ Netonomy และ Genesyslab ประเทศฝรั่งเศส รวมทั้ง Orange ประเทศโรมาเนีย ก่อนที่จะเข้ามาทำงานที่ทรูมูฟในตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการพาณิชย์คอนเวอร์เจนซ์ ทำให้ประสบการณ์ทำงานของอริยะเป็นที่น่าจับตามอง

“ผมทำงานที่ทรูมูฟมาประมาณ 11 ปี ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นออเร้นจ์ และกลายมาเป็นทรูมูฟในปัจจุบัน หน้าที่หลักคือจะดูในส่วนของมือถือ ในเรื่องของกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์สมาร์ทโฟน ตั้งแต่ยุคแบล็คเบอร์รี่และแอปเปิ้ลยุคแรกๆ จนเมื่อกูเกิลติดต่อมา ด้วยความที่ผมรู้จักองค์กรเขามานานก็เลยตัดสินใจไม่ยาก” อริยะ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นการทำงาน

ปัจจัยที่ทำให้อริยะตัดสินใจเข้าไปอยู่กับกูเกิลนั้นมีอยู่ 3 ข้อ คือ แบรนด์ ความท้าทาย และเทรนด์เทคโนโลยี ด้วยความเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงเเละแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์อย่างจริงจัง ทำให้อริยะผ่านด่านการคัดเลือกเข้าเป็นผู้บริหารไทยคนแรก และได้ประกาศให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2554

“ผมมีความรู้สึกผูกพันกับแบรนด์กูเกิล ด้วยความที่ผมเกิดมาในยุคที่ก้ำกึ่งระหว่างการมีและไม่มีเทคโนโลยี ซึ่งต่างจากเด็กสมัยนี้ที่เกิดมาก็จะมีเทคโนโลยีให้ใช้งานเลย ถือว่าเป็นการทำงานที่เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของผมเลย ความภูมิใจสำหรับผมคือได้เป็นผู้บุกเบิกและปักธงกูเกิลในประเทศไทย ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เริ่มต้นจากธุรกิจที่ไม่มีใครวางพื้นฐานให้ก่อน และต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองใหม่หมด เพื่อปักธงความเป็นกูเกิลในไทย ถือว่าเป็นความท้าทายการทำงานที่สนุกมาก”

การทำงานในวงการโมบายมาอย่างยาวนาน และประสบการณ์ในบริษัทเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังมากว่า 4 ปี ทำให้อริยะมองเห็นเทรนด์เทคโนโลยีของโลกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และด้วยพฤติกรรมการใช้งานไอทีของคนไทยที่มีค่านิยมในการใช้งานออนไลน์ผ่านโมบายมากขึ้น

“ประสบการณ์ในการทำงานกูเกิลนั้น ถือว่าเป็นกำไรที่เปลี่ยนชีวิตการทำงานแบบเดิมมาตลอด โดยแนวคิดที่ได้จากการทำงานที่กูเกิลนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้นำไม่มีสิ่งใดผิดหรือถูก ทุกอย่างอยู่ที่สไตล์และต้องมีความเป็นผู้นำ เพราะจะไม่มีเจ้านายมาคอยบอกว่าเราต้องทำอะไร นั่นหมายความว่าเราต้องทำทุกอย่างเอง ต้องเข้าใจตลาดและวางแผนบุกที่ต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น เราจะไม่ตั้งเป้าต่อปีเพียงแค่ 10% แต่ต้องให้เกิน 100% และถึงแม้จะไปไม่ถึง 100 แต่ถ้าเราพยายามอย่างที่สุดแล้วไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ต้องได้ถึง 50% ถึงจะเรียกว่าแผนที่วางไว้ประสบความสำเร็จ”

อริยะ ยังให้ข้อคิดอีกว่า การทำงานนั้นไม่มีหลักการใดที่ถูกหรือผิด แต่คนเราต้องรู้จักการเรียนรู้ ข้อคิดที่ได้จากการทำงานกูเกิล คือ ต้องรู้จักการเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ไม่มีใครจะเดินเข้ามาบอกเราตรงๆ ว่าควรจะเดินเกมหรือวางกลยุทธ์แบบไหน แต่ต้องรู้จักปรับใช้ให้เหมาะสม เพราะแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างในเรื่องของวัฒนธรรม

“เหตุผลที่กูเกิลอยากได้ผู้บริหารเป็นคนไทยนั้น เพราะการบริหารแบบคนต่างชาติอาจไม่เหมาะกับวัฒนธรรมและโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละประเทศ จึงต้องหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในแต่ละท้องถิ่นมาช่วยบริหารเพื่อวางแผนและบริหารในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม”

เมื่อช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นยุคทองของวงการไอที เพราะมีธุรกิจออนไลน์ชื่อดังตบเท้าเข้ามาขยายสาขาในไทย และเมื่อถึงจุดที่ต้องเลือก อริยะกลับตัดสินใจที่จะเลือกบริษัทธุรกิจออนไลน์สัญชาติเกาหลีที่ขยายสาขาในไทยก่อนอย่าง ไลน์ (LINE)

“ตอนตัดสินใจเลือกไลน์นั้น เพราะเรามองเห็นเทรนด์โมบายว่ามาแรง จากจำนวนคนที่เข้าใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 40 ล้านคน จากทั้งหมด 70 ล้านคน ยิ่งเกิด 4จี จะยิ่งทำให้คนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นไปอีก ซึ่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตมีทั้งดีและไม่ดี อยู่ที่ว่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไร”

แม้ว่าจะมีเสียงปรามาสและเกิดคำถามขึ้นมากมายว่า ทำไมอริยะถึงตัดสินใจเลือกองค์กรสัญชาติเอเชียหน้าใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554 จากเหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่น และจากความนิยมในการใช้งาน รวมทั้งคาแรกเตอร์การ์ตูน ทำให้มีผู้ใช้งานในไทยอย่างรวดเร็ว และวันที่ 27 มี.ค. 2557 มีการเปิดสาขาในไทยอย่างเป็นทางการ

“การตัดสินใจออกจากกูเกิลนั้น เป็นเพราะผมไม่ได้ยึดติดกับเรื่องตำแหน่ง และถ้าผู้บริหารสามารถดันลูกน้องขึ้นไปยังตำแหน่งสูงได้ นั่นแสดงว่าเราจะต้องก้าวขึ้นไปอีกก้าวเช่นกัน การทำงานร่วมกันเป็นทีมนั้น ทุกคนต้องโต การยืนอยู่แค่จุดเดิม นั่นแสดงว่าเราไม่พัฒนาหรือเปล่า”

อริยะ กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามาที่ไลน์นั้น แน่นอนว่าต้องมีความลังเล หากมองจากการทำงานในองค์กรระดับโลกมาเป็นระดับเอเชีย แต่หากมองให้ไกลกว่านั้น มองเรื่องของอนาคต เทรนด์และเทคโนโลยีที่ก้าวไปข้างหน้าแล้วจะทราบว่าไลน์มีโอกาสที่จะสร้างธุรกิจและตอบโจทย์ผู้ใช้งานในอนาตได้มากกว่าที่จะมองว่าเป็นเพียงแอพแชต

“ถ้ามองในเรื่องของเทรนด์ตั้งแต่ยุคบีบีเอ็ม วอตส์แอพ และมาถึงไลน์ ซึ่งมาทีหลังแต่โตไวมาก นั่นแสดงว่าเทคโนโลยีไปเร็วและไม่มีอะไรที่แน่นอน เวลาเพียงแค่ 5 ปี ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ในฐานะที่ทำงานด้านเทคโนโลยีต้องตามเทรนด์ให้ทัน”

หากมองจากเทรนด์และพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคไทยที่เปลี่ยนจากพีซีมาเป็นโมบาย ซึ่งกว่า 60% ของการเข้าใช้งานออนไลน์ของคนไทยนั้น เข้าใช้งานจากโมบายหรือที่เรียกว่า โมบายเฟิร์ส เป็นส่วนมาก จึงกลายมาเป็นทิศทางของอนาคต

“หากเลือกทำงานในองค์กรสัญชาติอเมริกันเหมือนเดิมก็คงไม่มีความแตกต่าง แต่ถ้ามองในเรื่องเทรนด์ที่เหมาะสมกับตลาดของไทย เราจะเห็นว่าโมบายเฟิร์สเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง หากเราสามารถออกแบบธุรกิจได้หลากหลายและเหมาะสมกับตลาดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น อี-คอมเมิร์ซ คอนเทนต์ เพย์เมนต์ และเอนเตอร์เทนเมนต์ จะยิ่งสร้างโอกาสในการทำงานให้เรา ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในไลน์”

การเริ่มต้นทำงานในไลน์นั้น แตกต่างจากการอยู่กูเกิลอย่างสิ้นเชิง เพราะอริยะเปรียบเหมือนเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน ในขณะที่การทำตลาดในไลน์ค่อนข้างที่จะโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์เพย์ ไลน์แอด ไลน์ช็อป ไลน์มิวสิค ต่างก็มีผู้บริหารจากต่างประเทศเข้ามานั่งดูแลอยู่

“ตั้งแต่เข้ามาเริ่มทำงานในไลน์ 2-3 เดือนนั้น ผมยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย ขออยู่ในช่วงศึกษาและรับฟังทีมงานที่ทำมาก่อน เพราะถ้าเข้ามาแล้วปรับเปลี่ยนบางสิ่งทันทีโดยไม่ศึกษาและเรียนรู้ก่อนอาจจะทำให้เกิดแรงต้าน จึงขออยู่ในช่วงรับฟังเพื่อให้เข้าใจทีม ลูกค้า และพาร์ตเนอร์ และเข้าใจถึงปัญหา เรียนรู้รูปแบบธุรกิจก่อน” อริยะ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท