
ยื่นข้อเสนอกก.เอแบคลาออกเคลียร์ปมขัดแย้ง
ยื่นข้อเสนอให้กรรมการคู่ขัดแย้งเอแบคทั้งหมดลาออก ล้างไพ่เคลียร์ปัญหายุติข้อขัดแย้ง
ยื่นข้อเสนอให้กรรมการคู่ขัดแย้งเอแบคทั้งหมดลาออก ล้างไพ่เคลียร์ปัญหายุติข้อขัดแย้ง
นายวีรศักดิ์ อนุสนธิวงศ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค)เปิดเผยว่า ได้เสนอแนวคิดยุติความขัดแย้งภายในของเอแบคในที่ประชุม ว่าให้กรรมการสภาทั้ง 2 ฝ่าย แสดงความรับผิดชอบร่วมกันด้วยการลาออกจากตำแหน่ง และคืนอำนาจให้กับมูลนิธิเซนต์คาเบรียล เพื่อให้มูลนิธิได้ดำเนินการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดใหม่ขึ้นมา เพื่อเข้ามาทำหน้าที่สรรหาอธิการบดีคนใหม่ต่อไป
นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าแนวทางดังกล่าวเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ คงต้องขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของอีกฝ่ายด้วยว่าอยากช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และกอบกู้ภาพลักษณ์องค์กรหรือไม่
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า หลังจากเรียกกลุ่มผู้บริหารเอแบคความขัดแย้งภายในได้ข้อสรุปว่า ให้โอกาสสองฝ่ายกลับไปตั้งสติทบทวนและเสนอแนวทางใหม่ภายใน 7 วัน หากยังแก้ไม่จบก็คงใช้มาตรา 86(4)และวรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาบังคับใช้ โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) มีมติเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาใน 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1.ให้ไกล่เกลี่ยพูดคุยกับทั้งสองฝ่าย ว่าจะสามารถทำความเข้าใจกันได้หรือไม่ และแนวทางที่ 2.ให้นำมาตรา 86
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ มีกรรมการเอแบคทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมหารือ โดยเฉพาะ นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดีม.เอแบค ภราดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี และภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย นายกสภาฯ แต่เพราะเป็นการเรียกประชุมด่วน ทำให้กรรมการสภาฯมาไม่ครบทุกคนและยังไม่มีมีข้อยุติสุดท้ายจริง ซึ่งได้แจ้งที่ประชุมว่าในฐานะรมว.ศธ. ที่ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 86 นั้นยืนยันว่าไม่ได้อยากใช้ และอยากให้ทั้งสองฝ่ายคุยกันให้ชัดเจนเป็นการภายใน
อย่างไรก็ดี เท่าที่ได้หารือครั้งนี้ พบปัญหาว่า แต่ละฝ่ายไม่เชื่อมั่นในความคิดหรือการทำของกันและกัน มีมุมมองที่ต่าง ทั้งยังมีความไม่ลงรอย แต่ทั้งสองฝ่ายต่างพูดตรงกันว่ารักและทำเพื่อมหาวิทยาลัยเอแบค ต้องการทำให้มหาวิทยาลัยมั่นคงและยั่งยืน
“ผมใช้เวลาในการฟังกรรมการสภาฯ ทั้งสองฝ่ายพูดคุยและเสนอความคิดเห็น ซึ่งในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ผมให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปตั้งสติและนำข้อเสนอแนะที่ผมให้ไปคิด โดยภายใน 7 วันหลังจากนี้ผมจะเรียกประชุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการไกล่เกลี่ย ในวันนี้ผมมีคำตอบในใจแล้ว แต่อยากจะให้แก้ปัญหากันเองก่อน ซึ่งสุดท้ายยังไม่เชื่อมั่นกันก็จำเป็นต้องใช้มาตรา 86 และจะถือว่าเป็นโอกาสสุดท้าย เพราะเรื่องนี้ยืดเยื้อมานานแล้ว แต่ด้วยความละเอียดอ่อน และมีวัฒนธรรมองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ นักศึกษาที่กำลังจะเปิดภาคเรียนวันที่ 11 ม.ค.นี้นั้น ก็ให้เรียนตามปกติโดยไม่มีผลกระทบ" พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
**แฟ้มภาพประกอบข่าว**







