
อดีตกรรมการบอร์ดสสส.ค้านคำสั่งม.44
อดีตกรรมการบอร์ดสสส.ขอความเป็นธรรม กรณีคำสั่งคสช.ใช้ม.44ปลดออกจากตำแหน่ง
อดีตกรรมการบอร์ดสสส.ขอความเป็นธรรม กรณีคำสั่งคสช.ใช้ม.44ปลดออกจากตำแหน่ง
เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี อดีตคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. กล่าวถึงกรณีที่มีคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช.ที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 ให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสสส. จำนวน7คน ออกจากตำแหน่ง รวมถึงตนด้วยว่า เชื่อได้ว่าการปลดบอร์ด สสส.ครั้งนี้ อ้างเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน(COI.) เป็นหลักโดยคิดว่าคนที่เป็นบอร์ด7คนนี้ ไปเป็นกรรมการในองค์กรผู้รับทุนด้วย ซึ่งกรณีของตนนั้นได้ลาออกจากกรรมการมูลนิธิวิถีสุข มาตั้งแต่ปี2551 และเพิ่งมาเป็นบอร์ด สสส.ได้ปีกว่า แต่ท่านอื่นๆแม้เป็นกรรมการทั้ง2ฝ่าย ก็ไม่ผิดระเบียบกฎเกณฑ์ของสสส.ที่มีอยู่ในขณะที่ได้รับการสรรหา แต่ในเมื่อ คสช.ไม่เชื่อว่าคนที่ทำงานเพื่อสังคมมาทั้งชีวิตก่อนมี สสส.ด้วยซ้ำจะมาหาผลประโยชน์จาก สสส.บอร์ดชุดนี้ จึงได้มีมติเมื่อ18ธ.ค.58ให้แก้ไขระเบียบว่า ต้องเป็นกรรมการฝ่ายเดียว โดยให้เวลา90วัน ซึ่งบอร์ดทุกคนเห็นด้วยในการป้องกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง
“ไม่เข้าใจว่าทำไมคสช.ต้องใช้ ม.44รีบปลดบอร์ดออก และให้ไปอยู่ในคำสั่งเดียวกับที่กล่าวหาเรื่องทุจริต ซึ่งไม่เป็นธรรม เพราะการตรวจสอบของ สตง. และ คตร. ก็ระบุว่า ไม่มีเรื่องทุจริตใน สสส.
อย่างไรก็ตามขอให้คสช.ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังกับทุกกระทรวง เร่งตรวจสอบว่า กระทรวงใดมีข้าราชการที่มีอำนาจหน้าที่ ควบคุมให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐแต่ไปเป็นบอร์ดของรัฐวิสาหกิจ/บริษัท ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐเช่น ผู้บริหารของกระทรวงพลังงาน ไปเป็นบอร์ดของรัฐวิสาหกิจ/บริษัท ที่ทำกำไรจากธุรกิจพลังงาน และมีผลประโยชน์มหาศาลจากการเป็นบอร์ดนั้นซึ่งผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลกำไรของรัฐวิสาหกิจ/บริษัทด้วยเช่น มีโบนัส ตามผลกำไรจึงมีผลประโยชน์ขัดกันชัดเจน กับฐานะRegulator กับ Operator จึงทำให้ราคาพลังงานขึ้นเร็ว ลงช้า อย่างที่เห็นกัน มีผลกระทบกับทุกคนในสังคมทุกวัน คสช.รับทราบหรือไม่ แล้วทำไมไม่รีบแก้ไขให้รวดเร็วเหมือนจัดการกับบอร์ด สสส.”เภสัชกรสงกรานต์ กล่าว
อดีตกรรมการบอร์ดสสส.กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุผลที่ คสช.รีบจัดการ สสส.คงห้ามไม่ให้ภาคประชาสังคมที่ติดตามสถานการณ์อยู่อดคิดไม่ได้ เพราะองค์กรแบบ สสส.คนส่วนใหญ่ในสังคมได้ประโยชน์ มีแต่ธุรกิจที่ทำลายสุขภาพ ทำร้ายสังคมเท่านั้นที่เสียประโยชน์ และมันเกิดกระบวนการทำลายองค์กรแบบ สสส.มาในหลายประเทศแล้ว เพราะธุรกิจเหล่านี้มีกำลังทุนมหาศาล ที่จะทำอะไรต่ออะไรเกิดขึ้นในสังคมนี้ได้แน่นอน ทั้งนี้ยังแอบเชื่อว่านายกฯ ผู้ลงนามใน ม.44 ฉบับนี้ อาจไม่มีผลประโยชน์ดังกล่าว แต่ไม่แน่ใจว่าจะถูกวางยา หรือสอดไส้เรื่อง สสส. มาในคำสั่งนี้หรือไม่ เพราะไม่อยากให้รัฐบาล เปลี่ยนมิตรทั่วประเทศ ให้กลายเป็นศัตรูของรัฐบาล
นายยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ อดีตคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือสสส.กล่าวว่า ขอยืนยันว่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งกรรมการบอร์ด1ปีเศษ ไม่เคยทำเรื่องทุจริตใดๆ และไม่เคยได้เข้าไปเป็นกรรมการพิจารณาขอทุนให้กับมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวที่ตัวเองเป็นกรรมการ และล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้วได้ลาออกจากการเป็นกรรมการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว เพื่อขจัดการถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อเท็จจริงอีกอย่างคือกรรมการมูลนิธิฯทุกคนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆจากมูลนิธิฯเลยตั้งแต่ก่อตั้งมา อีกทั้งสสส.ก็มีระเบียบเข้มงวดชัดเจน เราไม่มีสิทธิอยู่แล้ว ดังนั้นการหาเรื่องปลดบอร์ดสสส.โดยใช้ม.44 นั่นก็หมายความว่าเราไม่มีสิทธิชี้แจง ไม่ให้โต้แย้งใดๆ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการมุ่งเป้าเพื่อทำลายสสส.เพราะจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นมีความพยายามทำมาถึง 3 ครั้งทั้งกรณีข่าวจะยุบสสส.การแก้ไขพ.ร.บ.สสส.จนมาถึงการปลดบอร์ดสสส.ในครั้งนี้
“ต้องฝากให้สังคมช่วยตั้งคำถามและค้นหาความจริง เฝ้าสังเกตุการออกระเบียบกลั่นกรองกรรมการบอร์ดชุดใหม่ ว่าจะดำเนินตามระเบียบเดิมหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะมีการล๊อคเสป็ค หรือการใช้อิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกกำลังใจส่วนตัวไม่ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว และจะยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อสาธารณะต่อไป ที่จริงผมเข้ามาใหม่ก็รู้สึกเสียใจกับคณะกรรมการทั้ง6ท่านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่มีประวัติการทำงานที่มีประโยชน์ต่อสังคมมากมาย” นายยงยุทธ กล่าว







