
'เขตเศรษฐกิจพิเศษ' กุญแจสู่อนาคตไทย
ประเทศไทยเคยวาดฝันไว้ในช่วงปี 1990 จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ “เงินบาท” ขึ้นสำหรับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางเหนือ ได้แก่ ไทย เมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา แต่ความฝันดังกล่าวก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเจอกับปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น
ประเทศไทยเคยวาดฝันไว้ในช่วงปี 1990 จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ “เงินบาท” ขึ้นสำหรับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางเหนือ ได้แก่ ไทย เมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา แต่ความฝันดังกล่าวก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเจอกับปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น
สแตรทีจิก ฟอร์แคสติ้ง อิงค์ (สแตรทฟอร์) สำนักข่าวและบริษัทคลังสมองสัญชาติสหรัฐ เปิดเผยว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษมีความสามารถเป็นกุญแจสู่อนาคตของประเทศไทยได้ แต่ต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมือง แม้การใช้ค่าเงินบาทจะเพิ่มขึ้นในภูมิภาคจนสามารถผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษเงินบาทได้ก็ตาม
ผลจากความวุ่นวายทางการเมืองที่ไทยเผชิญติดต่อกันหลายปี ส่งผลให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคสามารถตีตื้นขึ้นมาได้ โดยเฉพาะทางตะวันออกของประเทศ และล่าสุด คือ เมียนมา
สแตรทฟอร์ ระบุว่า เพื่อที่จะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ไทยจึงพยายามใช้โอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อไปยังแต่ละประเทศ เช่น โครงการทางหลวงเอเชีย เชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ ไปยังแม่สอด ชายแดนทางเหนือของประเทศ ไปยังเมืองตามู ในเมียนมา ซึ่งติดกับชายแดนอินเดีย รวมถึงในกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา กัมพูชาและไทยยังตกลงที่จะสร้างเส้นทางรถไฟเส้นที่สองเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในสิ้นปี 2016 นี้
นอกจากนี้ ไทยยังพยายามผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้ในปี 2014 ที่ผ่านมา ไทยและเมียนมาประกาศแผนการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยญี่ปุ่นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ทว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวมีขนาดจะเล็กลงจาก196 ตารางกิโลเมตร และเงินลงทุน 1.07 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.86 แสนล้านบาท) เหลือเพียง 27 ตารางกิโลเมตร ด้วยเงินลงทุน 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.1 หมื่นล้านบาท) แทน
นอกจากนี้ ยังลดขนาดจากการครอบคลุมท่าเรือน้ำลึก น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงทางหลวง 8 ช่องทางเดินรถ เหลือเพียงก๊าซธรรมชาติ ท่าเรือเทียบ และทางหลวง 2 ช่องทางเดินรถไปยังประเทศไทยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สแตรทฟอร์ ระบุว่า แม้ขนาดจะลดลงแต่ความพยายามในการรื้อฟื้นเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความพยายามเชื่อมต่อระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และความพยายามดังกล่าวในปี 2014 ยังเกิดขึ้นพร้อมกับการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่ง คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ซึ่งเชื่อมเมียนมา และเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วและตราด ซึ่งเชื่อมกัมพูชา
สแตรทฟอร์ ระบุว่า ในปี 2016 นี้ ไทยจะปล่อยเขตเศรษฐกิจพิเศษเซต 2 ตามมา นั่นคือเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางหลวงระหว่างไทยไปยังทวายอีกด้วย กลายเป็นชัยชนะต่อความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดแคลนในเมียนมา







