posttoday
เช็กลิสต์โครงการฉาว กทม. คนกรุงข้องใจใช้งบบาน

เช็กลิสต์โครงการฉาว กทม. คนกรุงข้องใจใช้งบบาน

06 มกราคม 2559

กลายเป็นเรื่องร้อนฉ่า เมื่อ "วิลาศ" อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาถล่มการบริหารราชการ ของกทม.ส่อแววทุจริตไม่โปร่งใสหลายโครงการ ซึ่งทั้งหมดถูกส่งให้ ป.ป.ช. แล้ว

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นเรื่องร้อนฉ่า เมื่อ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาถล่มการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่อแววทุจริตไม่โปร่งใสหลายโครงการ ซึ่งทั้งหมดถูกส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว

ที่ดูจะคาใจคนกรุงมากที่สุดหนีไม่พ้น “โครงการกรุงเทพแสงสีแห่งความสุข” งบประมาณ 39 ล้านบาท ซึ่งมีข้อเคลือบแคลงหลายประเด็น ทั้งการเปิดประมูลงานรวดเร็วผิดปกติ และบริษัทที่ชนะการประมูลกลับเป็นบริษัททัวร์ จนเกิดข้อครหาเรื่องล็อกสเปกฮั๊วประมูล

เป็นเหตุให้ อมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. เจ้าของไอเดียประดับไฟแอลอีดี ต้องออกมาชี้แจงว่า การใช้งบประมาณ 39 ล้านบาท เพื่อจัดงานระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2558-31 ม.ค.นี้ เป็นสิ่งที่คุ้มค่า คาดว่ามีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 4 แสนราย เฉลี่ยแล้วเท่ากับรายละ 100 บาท ขณะที่ประชาชนถ่ายรูป อัพโซเชียลมีเดีย 1 ภาพ มีมูลค่า 20 บาท ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 1 ล้านภาพแล้ว

นอกจากโครงการประดับไฟแล้ว ก่อนหน้านี้ กทม.ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักในเรื่อง “กล้องวงจรปิด” (ซีซีทีวี) ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เคยใช้เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง โดยประกาศจะติดตั้งกล้อง 5 หมื่นตัวทั่วกรุง

แม้ว่าขณะนี้จะติดตั้งแล้วเสร็จไปแล้วถึง 4.7 หมื่นตัว แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือมีบางส่วนยังไม่พร้อมใช้งาน เพราะต้องรอให้การไฟฟ้านครหลวงต่อสายไฟเข้ากล้องก่อน หนำซ้ำกล้องของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังถูก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชำแหละภายหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดราชประสงค์ว่า คุณภาพต่ำเพราะใช้เทคโนโลยีเก่าล้าสมัย

ตามคำอธิบายของ กทม. ข้อมูลจากกล้องซีซีทีวีจะถูกส่งตรงเข้าไปเก็บบันทึกไว้ใน “ฮาร์ดดิสก์มูลค่า 8 แสนบาท” ซึ่งเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไอที และสังคมออนไลน์ร่วมกันตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีทางเลยที่ฮาร์ดดิสก์ของ กทม.จะมีราคาแพงเกินเหตุเช่นนี้

ยังมีอีกหลายโครงการที่เกิดขึ้นในปี 2558 และถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็น “โครงการจัดซื้อแท่งยางล้มลุกกั้นเส้นแบ่งจราจร” ของสำนักการจราจรและขนส่ง ที่จัดซื้อมาจากสหรัฐด้วยราคาแท่งละ 3,200 บาท ซึ่งสังคมสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่เลือกผลิตภัณฑ์ราคาถูกในประเทศ ที่มีราคาเพียงแท่งละ 500-800 บาท

ที่สำคัญ พบว่า แท่งล้มลุกสัญชาติอเมริกันในหลายพื้นที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ล้มพับระเนระนาด ทั้งที่สเปกระบุไว้ถึงมาตรฐานว่าผ่านการทดสอบชนกระแทก 3 แสนครั้ง ก็ยังไหว

ถัดมาคือเป็นโครงการที่รับกับกระแสสังคม คือ “โครงการขีดเส้นทางปั่นจักรยานรอบเกาะรัตน โกสินทร์” กระตุ้นให้คนกรุงลดการใช้รถยนต์ โดย กทม.ตั้งเป้าลดมลพิษทางอากาศส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม

แม้จะเป็นเรื่องดี แต่เสียงสะท้อนจากนักปั่นจักรยานเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ทางจักรยานใช้ไม่ได้จริง เพราะ กทม.ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องรถยนต์จอดกีดขวางทาง รถจักรยานยนต์รุกล้ำเข้ามาใช้ รวมถึงปัญหาฝาท่อที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุด

ขณะที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งใจเนรมิตเส้นทางปั่นจักรยานริมแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กม. ตั้งแต่สะพานพระราม 7-สะพานปิ่นเกล้า มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนเมือง โดยมอบหมายให้ กทม.รับผิดชอบออกแบบสถานที่

ความเป็นไปได้ที่ กทม.ออกแบบ คือ การลงเสาคอนกรีตไปในแม่น้ำรองรับน้ำหนักของถนนขนาดกว้างถึง 20 เมตร แต่สุดท้ายถูกนักสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านชุมชนใกล้เคียงคัดค้านอย่างหนัก เพราะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสถาปัตยกรรมโบราณ จนทำให้การออกแบบถนนลดลงเหลือขนาดเพียง 5-12 เมตร

ปิดท้ายด้วย โครงการจัดซื้อเปียโน จำนวน 400 หลัง และอุปกรณ์เครื่องดนตรีให้โรงเรียนในสังกัด กทม. โดยใช้งบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท งานนี้ส่อแววไม่คุ้มค่าเพราะหลายโรงเรียนไม่มีครูที่มีความรู้ด้านดนตรีเฉพาะทาง จึงกลายเป็นการซื้อเครื่องดนตรีทั้งที่ไม่มีผู้สอนให้กับนักเรียน

ทั้งหมดคือข้อเคลือบแคลงที่เกิดขึ้นกับ กทม.ในยุค ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง