posttoday
สุขภาพกับความเสี่ยง

สุขภาพกับความเสี่ยง

05 มกราคม 2559

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปตีกอล์ฟกับผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง อายุท่านเกือบ 80 ปีแล้ว แต่ยังเดินเหินคล่องแคล่ว ตีกอล์ฟอาทิตย์ละ 2 วันเป็นประจำ ความจำยังเยี่ยมเหมือนสมัยที่ผมรู้จักท่านใหม่ๆ เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว

ผมเห็นท่านตีกอล์ฟได้เหมือนคนหนุ่ม อาวุโสอย่างผมเลยอดถามไม่ได้ว่าท่านมีเคล็ดลับหรือยาจีนประเภทถั่งเช่าหรือบัวหิมะหรือโสมคนราคาเป็นล้านกินตามที่เขาว่าๆ กันหรือเปล่าที่ทำให้ท่านยังมีสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ท่านบอกว่าในชีวิตของท่านไม่เคยกินของพวกนี้ ท่านท้าว่าลองให้ใครกินกระเพาะปลาจีนลูกละห้าหกแสนบาท กินถั่งเช่าหรือบัวหิมะผสมรังนกแล้วไม่กินข้าว ไม่กินไข่ ไม่กินผัก ไม่กินอาหารปกติจะอยู่ได้หรือไม่ ท่านจึงเลือกที่จะกินอาหารง่ายๆ ธรรมดาๆ แบบคนจีนทั่วไป แค่กินพอดีๆ ไม่มากไม่น้อยไป ออกกำลังกายแกว่งแขนเดินอยู่ในบ้านกับตีกอล์ฟอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องเสาะแสวงหาหนวดเต่าเขากระต่ายมากินให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ที่สำคัญที่สุด คือท่านบอกว่าอย่าหยุดทำงาน ทำตัวให้มีประโยชน์ สำหรับท่านคือจะเข้าไปทำงานที่บริษัทของท่านทุกวัน ยกเว้นวันที่ไปตีกอล์ฟกับพรรคพวกเพื่อนฝูงหรือเด็กๆ อย่างผม (ตรงนี้ท่านพูดแล้วทำให้ผมรู้สึกดีมากครับ) ถึงท่านจะเป็นเจ้าของบริษัทแต่ก็ปล่อยให้ลูกหลานและผู้บริหารมืออาชีพทำงานกันไป โดยท่านให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ และถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ ไม่ก้าวก่ายงานประจำวัน และที่สำคัญคือต้องมีมุทิตาจิตให้กับคนรอบข้าง จะได้ไม่โกรธใครเมื่อทำอะไรผิดพลาด ท่านบอกว่าแค่นี้ก็กินได้นอนหลับ และตีกอล์ฟได้แล้ว

ผมเก็บเรื่องที่พูดคุยกันในก๊วนตีกอล์ฟมาให้ท่านผู้อ่านฟังเผื่อจะมีประโยชน์บ้าง เพราะหลังๆ นี้มีการเผยแพร่สรรพคุณอาหารและยาสารพัดที่รักษาโรคได้ทุกโรค ราคาแพงๆ ขายทางอินเทอร์เน็ตบ้าง ทีวีดาวเทียมบ้าง ใครใช้แล้วได้ผลประการใด ผมไม่ทราบ เพราะตัวเองไม่เคยซื้อมากิน

ผมเชื่อว่าหลักการรักษาสุขภาพที่ดีคือหลักสุขบัญญัติ 10 ประการที่เคยเรียนตอนเด็กๆ ที่ผมไม่ทราบว่าสมัยนี้เขายังเรียนกันอยู่หรือเปล่า หรือเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เช่น อาบน้ำทุกวัน อย่างน้อยวันละครั้ง นอนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี พยายามกินไข่ผักสดหรือผลไม้ให้มากทุกวัน เล่นหรือออกกำลังกายกลางแจ้งทุกเช้า เป็นต้น ใครทำตามผมเชื่อว่าสุขภาพจะดีโดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อยาราคาแพงๆ มากิน ไม่ต้องซื้อยามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐ ออสเตรเลีย และจีน กินเป็นถุงๆ บางคนซื้อมาแล้วกินบ้างไม่กินบ้าง หมดอายุโยนทิ้งไปก็มากน่าเสียดายเงินแทน

เอาเป็นว่าปีใหม่นี้ควรปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ทำร่างกายให้แข็งแรง มีสติพร้อมรับกับความเสี่ยงในโลกปัจจุบันก็แล้วกัน เพราะปีนี้เราคงหลีกเสี่ยงสารพัดความเสี่ยงที่รุมเร้าเข้ามารอบตัวไม่ได้

ผมพูดอย่างนี้เพราะเมื่อเช้าก่อนนั่งเขียนบทความนี้ออกไปขี่จักรยานออกกำลังกาย ฟังข่าวจากวิทยุจากสำนักข่าว แล้วหวาดเสียวว่าโลกกำลังจะเข้าสู่กลียุคหรืออย่างไร เพราะประมุขสูงสุดของอิหร่านประกาศเป็นทางการว่าจะแก้แค้นรัฐบาลซาอุดิอาระเบียที่ประหารชีวิตชาวมุสลิมชีอะห์ไปกว่า 40 คน รวมทั้งผู้นำศาสนาของนิกายนี้ ทำให้ชาวอิหร่านบุกเข้าโจมตีสถานทูตซาอุดิอาระเบีย และซาอุดิอาระเบียประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน

ผลคือราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าราคาลดลงโดยต่อเนื่อง และใครต่อใครคาดหมายว่าราคาน้ำมันจะลดลงต่อไป เพราะอิหร่านจะผลิตน้ำมันขายหลังจากสหรัฐยกเลิกมาตรการแซงก์ชั่นอิหร่าน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปกะทันหัน เพราะทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ทั้งคู่ แล้วอย่างนี้ใครจะคาดการณ์อะไรได้ เป็นความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกลไกตลาดที่ใครๆ พูดกัน

ราคาน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนการผลิต เพราะฉะนั้นถ้าเกิดราคาน้ำมันสูงขึ้นอีก ราคาสินค้าในบ้านเราจะแพงขึ้นอีกหรือไม่ จะกระทบต่อเงินในกระเป๋าที่ส่วนใหญ่มีน้อยอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าคิดใช่ไหมครับ

นอกจากเรื่องของน้ำมัน ยังมีการคาดการณ์ว่าดอลลาร์สหรัฐจะแข็งตัวขึ้นไปอีก เพราะรองผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐบอกว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก ถ้าราคาของสินทรัพย์ในสหรัฐยังสูงเกินจริงเพราะเงินที่อัดฉีดเข้าระบบ

ผลกระทบจากการคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้น ทำให้มีการคาดหมายว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนของจีนกับเงินดอลลาร์สหรัฐจะลดลงไปอีกประมาณ 10% ในปี 2016 นี้

นั่นหมายความว่าสินค้าของจีนจะมีราคาถูกลงให้สินค้าของประเทศอื่น เช่น ไทยขายในอเมริกายากขึ้น และสินค้าของจีนก็จะท่วมตลาดไทยเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ท่วมอยู่แล้ว และเงินบาทของไทยอาจอ่อนค่าลงตามเงินหยวน

มาถึงตรงนี้ คงต้องตั้งคำถามให้ตัวเองว่าการที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เงินหยวนอ่อนค่าลง จะกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอย่างไร และเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลดีผลเสียจากเหตุการณ์นี้อย่างไร

ที่สำคัญกว่านั้นคือ จะกระทบต่อเงินในกระเป๋า งานที่กำลังทำ ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่อย่างไร เพราะผลกระทบนั้นเป็นได้ทั้งทางบวกและทางลบ สำหรับธุรกิจบางธุรกิจ การงานของคนบางคน ตำแหน่งบางตำแหน่ง

ผมบอกได้แค่ว่าความเสี่ยงมีอยู่จริง ไม่เฉพาะตัวอย่างที่ยกมาเล่าสู่กันฟัง ท่านคงต้องทำร่างกายให้แข็งแรง มีสติอ่านสถานการณ์ให้ออก เพื่อการบริหารความเสี่ยงให้อยู่รอดปลอดภัยได้ในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะคนอื่นอ่านความเสี่ยงของท่านได้ไม่ดีเท่ากับตัวท่านเอง

ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท