
เจ้าพระยา-ปิงวิกฤต
สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยช่วงเช้าวันที่ 4 ม.ค. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาลำพูน ได้ออกประกาศหยุดจ่ายน้ำกะทันหัน เนื่องจากน้ำในแม่น้ำปิงลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับผักตบชวาและดินโคลนกองสะสมบริเวณปากทางชักน้ำดิบทำให้การสูบจ่ายน้ำน้อยลง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองลำพูน ไม่มีน้ำใช้ตลอดทั้งวัน ก่อนที่ กปภ.ลำพูน จะแก้ไขและเริ่มจ่ายน้ำได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข พร้อมกับย้ายท่อสูบน้ำออกไปกลางแม่น้ำปิง คาดว่าจะสามารถสูบจ่ายน้ำในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้
สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยช่วงเช้าวันที่ 4 ม.ค. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาลำพูน ได้ออกประกาศหยุดจ่ายน้ำกะทันหัน เนื่องจากน้ำในแม่น้ำปิงลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับผักตบชวาและดินโคลนกองสะสมบริเวณปากทางชักน้ำดิบทำให้การสูบจ่ายน้ำน้อยลง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองลำพูน ไม่มีน้ำใช้ตลอดทั้งวัน ก่อนที่ กปภ.ลำพูน จะแก้ไขและเริ่มจ่ายน้ำได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข พร้อมกับย้ายท่อสูบน้ำออกไปกลางแม่น้ำปิง คาดว่าจะสามารถสูบจ่ายน้ำในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้
ด้านแม่น้ำเจ้าพระยาก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็วต่ำกว่าจุดวิกฤตถึง 11 เซนติเมตร แต่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็มปากแม่น้ำ
นายเอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการเขื่อนเจ้าพระยา กล่าวว่า ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่มีการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกนอกฤดูอย่างเด็ดขาด ดังนั้นเกษตรกรที่ฝืนทำนานอกฤดูมีโอกาสสูงที่จะได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง จึงควรงดการเพาะปลูกเพิ่ม และควรเตรียมแหล่งน้ำสำรองเพื่อใช้ในฤดูแล้ง ส่วนประชาชนทั่วไปควรช่วยกันประหยัดการใช้น้ำ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนในอนาคต







