
รถยนต์นั่งขนาดเล็กอั้นไม่ขึ้นราคา
ค่ายรถผวายอดหด หลังภาษีใหม่ใช้ต้นปี 2559 กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก อั้นไม่ขึ้นราคา
ค่ายรถผวายอดหด หลังภาษีใหม่ใช้ต้นปี 2559 กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก อั้นไม่ขึ้นราคา
นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การประกาศปรับขึ้นราคารถยนต์ใหม่ตามการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ที่เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ผิดจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ที่จะมีการปรับขึ้นเกือบทุกรุ่นของตลาด แต่ถึงเวลาจริงกลับมีจำนวนรุ่นรถที่ปรับราคาขึ้นเพียงไม่กี่รุ่น
ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อาจใช้กลยุทธ์การปรับลดโปรโมชั่นลง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อราคาขาย รวมถึงทางด้านจิตวิทยาที่อาจมีผลกระทบต่อตลาด ซึ่งมองว่าไตรมาส 1/2559 ตลาดอาจมีการชะลอตัวเนื่องจากมีการดึงกำลังซื้อล่วงหน้าไปไว้ในช่วงไตรมาส 4/2558 ก่อนหน้านี้แล้ว
นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เชื่อว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อาจมีการทยอยปรับขึ้นราคาในภายหลัง ขึ้นอยู่กับแต่ละรายจะมีกลยุทธ์ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างไร ซึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซกเมนต์) ที่ภาษีใหม่ปรับขึ้นราว 5% บางบริษัทอาจใช้วิธีลดจัดโปรโมชั่น เพื่ออั้นไม่ขึ้นราคาตามภาษีใหม่
“บริษัทต่างๆ สามารถตรึงราคาไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้นตามโครงสร้างภาษีใหม่ในหลายรุ่นได้ เพราะอาจใช้วิธีลดโปรโมชั่น ซึ่งที่ผ่านมามีความรุนแรงมาโดยตลอด รวมถึงอาจมีการปรับลดการสนับสนุนด้านการขายผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ซึ่งอาจมีกำไรลดลง แต่จะได้ช่วยไม่ให้ตลาดมีผลกระทบรุนแรงหากขึ้นราคา การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลให้บริษัทและดีลเลอร์มีกำไรน้อยลง แต่ยังสามารถรักษาระดับกำลังการผลิตไว้ได้ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและไม่ให้ตลาดเกิดภาวะช็อก” นายประพัฒน์ กล่าว
นายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาสถานการณ์ของตลาดไตรมาส 1/2559 ภายหลังการประกาศราคาของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ
ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีการใช้ราคาประเมินใหม่เมื่อต้นปี นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้แจงว่า ราคาประเมินที่ดินใหม่ ไม่ได้มีผลกระทบกับราคาที่อยู่อาศัยมากนัก เพราะราคาประเมินที่มีการประเมินปรับใหม่ทุก 4 ปี จะมีผลต่อการซื้อขายกรณีที่ 1 บุคคลธรรมดาที่มีการซื้อขาย ซึ่งราคาประเมินจะมีผล 2 เรื่อง คือมีผลในการคิดภาษีเงินได้ และใช้ในการคิดค่าธรรมเนียมการโอน โดยการซื้อขายลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการขายที่ดินเปล่าให้ผู้ประกอบการ การซื้อที่อยู่อาศัยกันเอง แต่การซื้อขายที่อยู่อาศัยกันเอง ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ถึงราคาประเมินจะปรับขึ้นไปก็กระทบไม่มาก
กรณีที่ 2 นิติบุคคลขายที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับบุคคลธรรมดา ในส่วนของผู้ประกอบการจะหัก ณ ที่จ่าย 1% ของการซื้อขายจริง ไม่เกี่ยวกับราคาประเมิน กรณีที่ 3 คอนโดมิเนียม ไม่ได้อิงกับราคาประเมิน ต้องมีการประเมินเป็นรายอาคารและรายชั้น ซึ่งในระยะหลังโครงการหมู่บ้านจัดสรรก็เริ่มมีการประเมินใหม่เป็นรายโครงการ







