
ผบ.ตร.พอใจมาตรการยึดรถได้ผล-ไม่ปลื้มฉายา“ผบ.เสียทรง”
ผบ.ตร. เผย ยอดจับกุม ผู้กระทำผิดช่วงปีใหม่ 7 แสนคน เพิ่มขึ้น 1 แสนคน จากปี 57ส่วนเมาแล้วขับลดลง จากมาตรการยึดรถ รับเสียความรู้สึกถูกตั้งฉายา "ผบ.เสียทรง"
ผบ.ตร. เผย ยอดจับกุม ผู้กระทำผิดช่วงปีใหม่ 7 แสนคน เพิ่มขึ้น 1 แสนคน จากปี 57ส่วนเมาแล้วขับลดลง จากมาตรการยึดรถ รับเสียความรู้สึกถูกตั้งฉายา "ผบ.เสียทรง"
วันที่ 4 ม.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงมาตรการยึดรถเมาแล้วขับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ว่าส่งผลให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง แม้จำนวนผู้เสียชีวิตในปี 2558 มีจำนวน 343 คน ซึ่งมากกว่าปี 2557 จำนวน 2 คน แต่นับว่าเป็นภาพรวมที่น่าพอใจ เนื่องจากมีประชาชนเดินทางกว่า 3 ล้านคน ซึ่งมากกว่าปี 2557 กว่าล้านคน คิดเป็นร้อยละ 33 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ถูกลง และสภาพอากาศที่หนาวเย็นมากขึ้น
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ส่วนการจับผู้กระทำผิดใน 10 ข้อหาหลัก พบว่า มีจำนวน กว่า 7 แสนคน เพิ่มจากปี 2557 กว่า 1 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่กระทำผิดข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัด และขับรถเร็ว ขณะที่การจับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ พบว่ามีจำนวนลดลงมาก เนื่องจากบังคับใช้มาตรการยึดรถเมาแล้วขับ และเชื่อว่าหากมีการนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้ช่วงเทศกาลที่มีการเดินทาง จะช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุ และการเสียชีวิต
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า ส่วนรถที่ถูกยึดไว้จะเริ่มทยอยส่งคืน หลังยึดไว้ 7 ถึง 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ถูกยึด และเตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีที่พบว่ามีถึง 18 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปีด้วย
"ขณะที่โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในช่วงที่ผ่านมา มีจำนวนประชาชน ที่ให้ความไว้วางใจฝากบ้านไว้กับตำรวจเพิ่มมากขึ้นกว่า 4 พันหลัง และมีประชาชนมาขอรับบ้านคืนแล้ว กว่าพันหลังทั่วประเทศ และขณะนี้บ้านทุกหลังที่ฝากไว้ในโครงการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่ได้รับรายงานเหตุอาชญากรรม และหากในอนาคตมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้นก็สามารถจัดกำลังพลเพิ่มได้ และถือว่าโครงการนี้ประสบผลอย่างดี ประชาชนไว้วางใจ และเข้าใจบทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น" พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังขอบคุณตำรวจทุกนาย ที่อำนวยความสะดวก และดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีความเรียบร้อย และได้รับคำชมเชยจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้วย
พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขกฎคณะกรรมการตำรวจ หรือ ก.ตร. หลังเกิดปัญหาฟ้องร้องการเลื่อนตำแหน่ง เบื้องต้นอาจจะมีการพิจารณาเพิ่มตำแหน่ง อาทิ ผู้บังคับการประจำ หรือผู้ทรงคุณวุฒิประจำ และที่ปรึกษาพิเศษ คล้ายกับโครงสร้างของทหาร ยืนยันการแก้ไขกฎ ก.ตร. ไม่มีเจตนาแอบแฝง หรือแก้ไขเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าแก้ไขเพื่อปูทางให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว โดยเห็นว่าการเลื่อนตำแหน่งนั้นขึ้นอยู่กับบุญวาสนา
ส่วนกรณีที่ชื่อตั้งฉายาให้ว่า "ผบ.เสียทรง" พล.ต.อ. จักรทิพย์ยอมรับว่า เสียความรู้สึกเนื่องจากการบริหารงานต้องมีการกระจายการทำงานให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เนื่องจากหากปฏิบัติงานทุกอย่างด้วยตัวเอง ก็จะทำให้เสียระบบ ยืนยันตัวเองทำงานไม่น้อยไปกว่าพล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด ซึ่งตอนที่พล.ต.อ. สมยศ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มอบหมายให้ตัวเองรับผิดชอบงานหลายๆ อย่าง เมื่อได้ดำรงตำแหน่ง ก็ได้มอบหมายให้พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบงานเช่นเดียวกัน จะให้ตนลงไปรับผิดชอบเองคงไม่ได้ เพราะตนเป็นผู้บริหารองค์กร และเห็นว่าการตั้งฉายาเช่นนี้ เหมือนเป็นการประจานกล่าวหาว่าตัวเองไม่ทำงาน จนถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิ จึงขอให้พิจารณาและศึกษาบทบาทของแต่ละบุคคล ให้ถ่องแท้ก่อน ประกอบกับปีที่ผ่านมาไม่มีคดีใหญ่เกิดขึ้น ก็แสดงให้เห็นว่านโยบายป้องกันและปราบปรามเหตุ นั้นใช้ได้ผล
พล.ต.อ. จักรทิพย์เปิดเผยอีกว่า ส่วนตัว ไม่ได้โกรธเคืองใคร แต่ขอให้คิดให้ดีก่อนจะตั้งฉายาบุคคลใด และเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ อย่าคิดเอาเอง พร้อมขอความเป็นธรรมด้วย







