
รับมือความเสี่ยง
เริ่มต้นวันทำงานปี 2559 อย่างเป็นทางการวันจันทร์ที่ 4 ม.ค. ปีนี้เมื่อประมวลกระแสจากศาสตร์ต่างๆ เช่น เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ โหราศาสตร์ ส่วนใหญ่ต่างมองว่าปีวอกนี้ เป็นปีที่ต้องระวัง พร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเข้ามาในระดับเมกะเทรนด์ระดับโลก และผลกระทบที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ราวกับว่าปีที่ผ่านมาแค่เผาหลอก ปีนี้จะเผาจริง
เริ่มต้นวันทำงานปี 2559 อย่างเป็นทางการวันจันทร์ที่ 4 ม.ค. ปีนี้เมื่อประมวลกระแสจากศาสตร์ต่างๆ เช่น เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ โหราศาสตร์ ส่วนใหญ่ต่างมองว่าปีวอกนี้ เป็นปีที่ต้องระวัง พร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเข้ามาในระดับเมกะเทรนด์ระดับโลก และผลกระทบที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ราวกับว่าปีที่ผ่านมาแค่เผาหลอก ปีนี้จะเผาจริง
เห็นได้จากหน่วยงานรัฐและเอกชนส่วนใหญ่ ต่างปรับประมาณการทางเศรษฐกิจของประเทศไทยใหม่ ไปในทิศทางปรับลดลงเป็นส่วนมาก เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้ทบทวนตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจปี 2559 จากเดิมเติบโต 3.7% ลงไปเหลือ 3-3.5%
ทั้งนี้ เพราะไล่เรียงมาตั้งแต่ภาพใหญ่เศรษฐกิจโลกที่ภาพรวมยังอยู่ในสภาพชะลอตัว ความผันผวนเรื่องค่าเงินปีนี้จะมีมากขึ้น จากแต่ละประเทศต่างดำเนินนโยบายทางการเงิน เพื่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศตนเองเป็นหลัก ซึ่งสหรัฐที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้ส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มยูโรโซน ญี่ปุ่น ที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นคงต้องเดินหน้ามาตรการอัดฉีดต่อไป ความผันผวนนี้คงกระทบกับค่าเงินบาท กระทบไปถึงการส่งออก ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจไทย
ยังไม่นับรวมราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนไปทางขาลง ที่กระทบราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ให้รูดลงตาม ภัยการก่อการร้าย ผลกระทบจากความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ที่อาจจะเปลี่ยนทิศทางการลงทุน การค้า ตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนไป
ขณะที่ความเสี่ยงในประเทศ ซึ่งพยายามจะฟื้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ หลังจากประเทศไทยเสียโอกาสจากการไม่มีการลงทุนใหญ่ๆ ไปช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาเพราะเหตุวุ่นวายทางการเมือง ขณะนี้ยังไม่สามารถหามาตรการมากระตุ้นให้เศรษฐกิจ กลับมามีพื้นฐานที่ดี มีความเชื่อมั่นได้ ยังไม่นับรวมปัญหาภัยแล้งที่เชื่อว่าปีนี้จะรุนแรงมาก เพราะต้นทุนน้ำดิบจากหน้าฝนปีก่อน มีสำรองไว้น้อยกว่าค่าเฉลี่ยมาก ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำคงรุนแรงมากแน่ ระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรม ภาคบริการ และการบริโภค นอกจากนี้ยังมีปัจจัยการเมืองที่จะเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ เตรียมเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์
บนความเสี่ยงที่มากมายดังกล่าว เชื่อว่ารัฐบาลได้รับรู้และเตรียมแผนในการรับมือไว้แล้ว จะเหลือก็เพียงการปฏิบัติ ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ตามแผนที่วาง และกลายเป็นวิกฤตซ้ำวิกฤตเดิม เช่น การแก้ปัญหาประมงที่ยังติดใบเหลืองไอยูยู ปัญหาการบินที่ยังโดนปักธงแดงจากไอซีเอโอ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป คงต้องระวัง หาทางเพิ่มประสิทธิภาพ รู้จักปรับตัวไม่ประมาทต้องรู้ทัน เพราะท้ายสุดตนเป็นที่พึ่งแห่งตน







