
พัทลุงจ่อแก้กฎประมูลรังนก
พัทลุงเล็งรื้อระเบียบประมูลรังนกนางแอ่น ดัดหลังเอกชนกดราคากลาง
พัทลุงเล็งรื้อระเบียบประมูลรังนกนางแอ่น ดัดหลังเอกชนกดราคากลาง
นายประเสริฐ ดำสุด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พัทลุง อดีตกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง เปิดเผยว่า จะเสนอให้ จ.พัทลุง
ดำเนินการขจัดเก็บรังนกนางแอ่นเอง หลังจากการเปิดยื่นซองประมูลเงินอากรรังนกไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่มีผู้ยื่นซองเสนอราคาเลยแม้แต่รายเดียว
“การที่ไม่มีผู้ซื้อซองเอกสารเพื่อเข้ายื่นประมูล ก็เพื่อหวังให้ราคากลางไหลลง แล้วจะค่อยเข้ามาซื้อเอกสารและยื่นประมูล ซึ่งทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ที่มีการเปิดสัมปทานรังนกก็มีปัญหาเช่นเดียวกันนี้ คือไม่มีผู้ประมูล จนท้ายที่สุดต้องลดราคากลางลงมา ดังนั้นการเปิดให้ยื่นซองในรอบต่อไป ก็คงจะต้องใช้วิธีพิเศษกับบริษัทผู้ประกอบการรังนกนางแอ่น แต่จะต้องได้ราคาที่เหมาะสม เพื่อมิให้ จ.พัทลุง สูญเสียผลประโยชน์” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันการเกิดสภาพเช่นนี้ จังหวัดต่างๆ ที่มีรังนกต้องดำเนินการจัดเก็บเสียเอง โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกันดำเนินการในรูปแบบที่จัดตั้งขึ้น ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเรื่องรังนกเป็นผู้บริหารจัดการ ทางจังหวัดก็จะมีรายได้ที่ดีและเพิ่มขึ้น แล้วจัดสรรไปยัง อปท.อย่างทั่วถึงทั้งจังหวัด เพื่อนำเงินเหล่านั้นไปใช้ทางด้านประโยชน์ต่างๆ ในท้องถิ่น ตามที่พระราชบัญญัติรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 กำหนด
ทั้งนี้ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ได้ประกาศประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น เกาะสี่ เกาะห้า อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ครั้งที่ 1 เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 450 ล้านบาท มีกำหนดระยะเวลาให้สัมปทาน 5 ปี โดยจะต้องแบ่งกำไรอีก 25% ของกำไรสุทธิหรือเงินได้สุทธิ ให้แก่คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บจัดสรรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
สัญญาสัมปทานรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ปัจจุบันเลขที่ 1/2552 ระยะสัมปทาน 7 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2552 ถึงวันที่ 3 พ.ค. 2559 ของเดิมก็จะสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน ทางคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บ จึงได้จัดเปิดประมูลหาผู้รับสัมปทานไว้ก่อนล่วงหน้าก่อนสัญญาเดิมจะสิ้นสุดลง เพื่อมิให้เกิดช่องว่างในการให้สัมปทานขึ้น เป็นการป้องกันความเสียหายต่างๆ ที่ว่างเว้นจากการให้สัมปทาน
สำหรับหลักประกันซองเพื่อเป็นการป้องกันการเสียหาย ผู้เสนอประมูลจะต้องวางหลักประกันซอง 40% คิดเป็นเงิน 180 ล้านบาท ส่วนการทำสัญญาสัมปทานรังนกอีแอ่น ผู้ได้รับการพิจารณาจะต้องวางหลักประกันสัญญา 60% ของเงินอากรที่ประมูลได้ แต่นับตั้งแต่เปิดยื่นซองเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเอกชนซื้อซองเอกสารประกวดราคาเลยแม้แต่รายเดียว







