
เตือนอุดรูโหว่กองทุนหนุนอุตฯ
คาดกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ผ่านกฤษฎีกาไตรมาสแรก ติงไม่รัดกุม
คาดกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ผ่านกฤษฎีกาไตรมาสแรก ติงไม่รัดกุม
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมกำเร่งดำเนินการผลักดันการจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้เกิดเป็นรรูปธรรม ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพิ่มขีดความในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายไปแล้วในช่วงปลายปี 2558
ล่าสุด กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือและพิจารณารายละเอียดร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาออกเป็นกฎหมายมาบังคับใช้โดยเร็ว และจะเป็นเครื่องมือในการดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามขั้นตอนการออกกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนเพิ่มขีดความในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย คาดว่าทางกระทรวงการคลังและกฤษฎีกาน่าจะพิจารณาและออกเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ เพราะกองทุนดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนหากรัฐบาลต้องการให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการลงทุน โดยกองทุนดังกล่าวจะมีโครงสร้างกรรมการคล้ายกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนฯ กำหนดไว้ว่า จะต้องมีกรรมการเข้ามาดูแลกองทุนฯ คือ คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือคณะกรรมการนโยบายฯ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมี รมว.อุตสาหกรรม และ รมว.คลัง เป็นรองประธานกรรมการ
ขณะที่ในระดับกรรมการจะประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เลขาธิการบีโอไอ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเลขานุการ
สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายฯประกอบด้วย การกำหนดนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรม โดยจะมีหน้าที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการให้เงินสนับสนุนแก่กิจการที่ได้รับอนุมัติ กำหนดนโยบายและแนวทางในการสรรหาและเจรจากับนักลงทุน อนุมัติกิจการให้ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน และออกระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของกองทุน
แหล่งข่าวจากภาคเอกชน ระบุว่า เงินกองทุน 1 หมื่นล้านบาท ที่จะให้เปล่าแก่เอกชนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายการลงทุน ค่าใช้จ่ายในการทำวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม และใช้จ่ายบุคลากร รวมทั้งสนับสนุนดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ของสถาบันการเงินนั้น อยากให้ภาครัฐพิจารณาออกกฎกติกาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับเอกชนทุกราย
ขณะเดียวกัน ควรกำหนดเงื่อนไขการใช้เงินให้เกิดความรัดกุม เพราะเมื่อมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหาร เงินกองทุนดังกล่าวอาจกลายเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองแสวงหาผลประโยชน์ได้







