
ปีใหม่...พุทธไทยควรเพิ่มคุณค่าเก่าๆ
ปีพุทธศักราช 2559 มาเยือนได้สองสามวันพร้อมกับปรากฏการณ์เดิมเริ่มส่อเค้าความรุนแรง คล้ายวงจรร้ายๆ เก่าๆ
โดย...ส.คลองเตย
ปีพุทธศักราช 2559 มาเยือนได้สองสามวันพร้อมกับปรากฏการณ์เดิมเริ่มส่อเค้าความรุนแรง คล้ายวงจรร้ายๆ เก่าๆ แม้จะตั้งจิตอธิษฐานและกำหนดมาตรการให้พบแต่สิ่งใหม่และเป็นมงคลก็ตาม
...คนเดินทางไปหาความสุขยังล้มตายบาดเจ็บกันมากมาย แม้ว่าปีนี้กองทัพจะออกมาแข็งขันยึดรถคนเมา...การเมืองเริ่มส่อให้เห็นการแยกขั้วสาดโคลนกันชัดเจนมากขึ้น คำว่าสองมาตรฐานเริ่มมีความถี่มากขึ้นทางสื่อสารมวลชน
นั่นเป็นฟากฝั่งของบ้านเมืองที่ผู้คนไม่สนใจในการรักษาศีลสักเท่าไร ผู้นำก็ขับเคลื่อนแต่งานด้านวัตถุ จนแทบไม่มีเวลาเหลือให้งานด้านพระศาสนาหรือด้านจิตใจ ศีลธรรมในหมู่ชนจึงเบาบางอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่รู้ๆ กันว่าปัญหาทุกปัญหาในบ้านเมืองนั้นเกิดจากการขาดศีลทั้งสิ้น
ปีพุทธศักราช 2558 ล่วงไปแล้วพร้อมกับเค้าลางแห่งความรุนแรงความร้าวฉานทางศาสนจักรเริ่มเด่นชัด พร้อมกับการเสร็จสิ้นงานพระศพสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เห็นได้จากการจาบจ้วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชคือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นการจำเพาะองค์อย่างต่อเนื่อง แถมยังแบ่งแยกคณะสงฆ์เป็นฝักฝ่ายตามนิกาย (มหานิกาย-ธรรมยุตนิกาย) จนทำให้นึกถึงคำสอนของสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมตุตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ว่า โบราณนั้น แม้แต่ผ้าเหลืองเก่าๆ วางอยู่ยังต้องเคารพบูชา ลูกศิษย์ของท่านทุกคนห้ามนำผ้าเหลืองเก่าไปทำผ้าขี้ริ้วเช็ดถูพื้นโดยเด็ดขาด
โบราณยังเคารพ แม้กระทั่งเศษผ้าจีวรของครูบาอาจารย์ แต่ปัจจุบันความคิดนั้นเสื่อมคลาย จึงเห็นพระเถระและมหาเถระถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือตีวัวกระทบคราดบ่อย ไม่เว้นแม้แต่พระผู้ใหญ่ที่ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือผู้คนหมู่มากมาช้านาน อย่างสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หรือสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นๆ ก็โดนหนักบ้าง เบาบ้าง ทั้งๆ ที่อยู่ในฐานะที่ควรยกย่อง
ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเป็นไปตามเหตุและผลก็เป็นสิทธิ เสรีภาพ แต่คำวิพากษ์วิจารณ์ที่คนนำมาใช้กับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นคำที่สามัญชนทั่วไปยังไม่กล้าใช้ (กระทรวงไอซีทีคงเหนื่อยหน่อย ในการช่วยขจัดเว็บจาบจ้วงเหล่านี้)
... จึงอยากเห็นผู้นำช่วยเพิ่มค่านิยมแห่งการยกย่อง ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ ให้อยู่ในจิตใจของเยาวชนคนในสังคม เผื่อภาพเก่าๆ จะกลับมา คือเด็กหรือผู้ใหญ่เดินสวนกับพระหรือผู้ใหญ่แล้วจะไหว้ด้วยความเคารพนบนอบ ดังที่เคยเกิด 40-50 ปีก่อน...ทั้งนี้ตามปรัชญาที่ว่ากายที่มีความสุภาพอ่อนน้อม ย่อมส่งผลให้มีจิตใจอ่อนโยนไม่ก้าวร้าว คนโบราณเชื่อกันอย่างนั้น หรือแม้แต่การบริหารจัดการกับปัญหา
ทั้งในส่วนตัวและส่วนรวม พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้อย่างละเอียดจนน่าทึ่ง ซึ่งคนโบราณสอนให้นำมาใช้แก้ปัญหา เช่น ชัยมงคลคาถา ซึ่งเป็นหลักจัดการกับผู้คน 8 กลุ่มด้วยกลวิธีที่แตกต่างกัน ในขณะที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ก็ได้นำมาใช้อย่างเหมาะสม เหมือนคาถาในชัยมงคลบทที่ 5 ที่ว่า
...กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพถินียะ จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
กล่าวถึงหญิงงามชื่อ จิญจมานวิกา วางแผนใส่ร้ายพระพุทธเจ้า ทำทีมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เวลาเย็น ค่ำกลับบ้าน ผ่านไปหลายเดือนก็นำท่อนไม้ใส่ในเสื้อช่วงท้องทำทีให้เสมือนตั้งท้อง และตีโพยตีพายพูดให้พระพุทธเจ้ายอมรับว่าเป็นผู้ทำให้นางตั้งท้อง พระพุทธเจ้าใช้ความสงบ ไม่โต้ตอบ นางจิญจมานวิกา ก็ยิ่งโวยวาย กระทืบเท้าต่อหน้าผู้คน ท่อนไม้ที่รัดยัดหน้าท้องไว้ก็ร่วงหล่น ทำให้การโป้ปดนั้น ปรากฏชัดแจ้งต่อหน้าผู้คน ชัยชนะของพระพุทธเจ้านี้ ย่อมเป็นมงคล และทำให้เราได้ชัยชนะอันเป็นมงคลด้วย (ถ้าทำตาม)
ที่อยากเห็น คือ คณะสงฆ์และสังคมบ้านเมือง ถ่ายทอดคำสอนที่เป็นภาษาบาลีมาสู่ภาษาไทย เพื่อที่คนในสังคมจะได้นำหลักคำสอนที่ดีๆ ไปประยุกต์ใช้ ดังเช่นคนโบราณท่านรู้นัยแห่งคาถาหรือบทสวดมนต์ของพุทธศาสนา แล้วประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ปีใหม่นี้ ขอให้ผู้มีอำนาจรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ที่ดี มีคุณค่ามาให้สังคมอยู่ดี มีศีลธรรมนะครับ







