
การติดต่อกับอวกาศ
สัญญาณวิทยุสั้นๆ เพียง 10 ครั้งทำให้นักดาราศาสตร์ตื่นเต้นสุดขีด เพราะเป็นสัญญาณที่มีความเป็นคณิตศาสตร์
สัญญาณวิทยุสั้นๆ เพียง 10 ครั้งทำให้นักดาราศาสตร์ตื่นเต้นสุดขีด เพราะเป็นสัญญาณที่มีความเป็นคณิตศาสตร์ ซึ่งปรากฏการณ์ในอวกาศที่เรารู้จักไม่มีทางสร้างขึ้น บางทีมนุษย์ต่างดาวผู้ทรงปัญญาอาจกำลังพยายามส่งข้อความถึงเราก็เป็นได้
สัญญาณวิทยุที่ส่งมาอาจมีระยะเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที แต่กลับบรรจุพลังงานเท่ากับที่ดวงอาทิตย์เปล่งออกมาทั้งเดือน สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่กล้องโทรทรรศน์วิทยุพาร์ก (Parkes radio Telescope) ในออสเตรเลียตะวันออกรับได้เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2014 เป็นสัญญาณครั้งที่ 10 ของการระเบิดสัญญาณวิทยุฉับพลัน (Fast Radio Burst : FRBs) ที่รับได้ตั้งแต่ปี 2001 แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างสำคัญคือ คราวนี้นักวิทยาศาสตร์เห็นสัญญาณขณะที่ได้รับสัญญาณเป็นครั้งแรก ในขณะที่ก่อนหน้านี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเก่า นักดาราศาสตร์ที่หอดูดาวพาร์กแจ้งให้กล้องโทรทรรศน์อื่นจับแหล่งสัญญาณนั้นเพื่อการสังเกตในทุกช่วงความยาวคลื่น แต่ช่วงรังสีเอกซ์ แสงขาว และคลื่นวิทยุ ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เอกภพกลับเงียบสงัดอีกครั้ง
นักวิทยาศาสตร์เฝ้าฟังสารจากสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาในเอกภพมานานกว่า 50 ปี แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววสัญญาณที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในเอกภพ FRBs ทั้ง 10 ครั้งดึงดูดความสนใจของนักดาราศาสตร์มาก เพราะสัญญาณมีความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์ง่ายๆ ที่ไม่อาจอธิบายด้วยปรากฏการณ์ปกติ และนี่คือสัญญาณที่มนุษย์ต่างดาวกำลังพยายามติดต่อเราอยู่หรือไม่
ในสัญญาณมีตัวเลข 187.5
นักวิทยาศาสตร์สองคน ได้แก่ ไมเคิล ฮิพพ์เคอ จากสถาบันวิเคราะห์ข้อมูลในเยอรมนี และจอห์น เลิร์นด์ จากมหาวิทยาลัยฮาวายตัดสินใจเจาะเรื่อง FRBs การศึกษาของพวกเขาสรุปว่า สัญญาณทั้งหมดดูเหมือนส่งตัวเลขเดียวกันออกมา
นักฟิสิกส์ใช้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “มาตรการกระจาย” (Dispersion Measure) คำนวณว่าสัญญาณวิทยุเดินทางมาไกลเพียงใด FRBs แต่ละครั้งจะมาในหลายช่วงความถี่คลื่นวิทยุเทียบได้กับวิทยุเอฟเอ็มที่ทุกสถานีเล่นเพลงเดียวกันระหว่างทางในอวกาศ สัญญาณจะชะลอความเร็วเมื่อผ่านกลุ่มอนุภาค
ความถี่ต่ำชะลอมากกว่าความถี่สูง ฉะนั้นสัญญาณความถี่สูงจะมาถึงโลกก่อน นักวิทยาศาสตร์ใช้ความหน่วงนี้เป็นเกณฑ์กำหนดมาตรการกระจาย เรื่องเร้าใจคือการที่สัญญาณ FRBs ทั้ง 10 ครั้งมีการหน่วงเวลาที่สามารถหารด้วย 187.5 ลงตัวทุกครั้ง ซึ่งบ่งชี้ทันทีว่าสัญญาณต้องมาจากดาราจักรอื่นที่แหล่งกำเนิดสัญญาณทุกแห่งกระจายอยู่ในระยะห่างสม่ำเสมอจากโลก แต่นักวิทยาศาสตร์เห็นว่าเรื่องนี้ยากที่จะเป็นเรื่องบังเอิญ
ฮิพพ์เคอและเลิร์นด์เสนอว่า สัญญาณต้องมาจากแหล่งใกล้โลกมากหนึ่งแหล่งหรือมากกว่าภายในดาราจักรของเราเอง ที่ส่งสัญญาณมาไม่ว่าจะโดยธรรมชาติหรือจงใจ ด้วยความหน่วงระหว่างความถี่สูงและต่ำแบบเดียวกัน
หากสัญญาณที่ได้รับมีเพียงไม่กี่ครั้ง รูปแบบที่เห็นอาจเป็นการสุ่ม แต่นักวิทยาศาสตร์เห็นว่าโอกาสที่จะเป็นอย่างนั้นมีเพียง 5 ใน 10,000 ครั้ง ยิ่งรับ FRBs มากขึ้น ความลึกลับก็ยิ่งเพิ่มขึ้นและตามที่ฮิพพ์เคอและเลิร์นด์บอก สัญญาณอาจเกิดจากปรากฏการณ์ทางกายภาพที่ไม่รู้จักหรือแหล่งที่ไม่รู้จัก สารเชิงคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่เราหวังว่าจะได้รับจากมนุษย์ต่างดาวผู้ทรงปัญญาพอดี
แต่นักวิทยาศาสตร์คนอื่นบอกว่า เร็วเกินไปที่จะสรุป เราต้องมีเวลามากกว่านี้ และบางทีอาจมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย
เราต้องส่งสารออกไปบ้าง
หนึ่งเดือนก่อน ฮิพพ์เคอ กับ เลิร์นด์ตีพิมพ์ผลงานของพวกเขา นักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าได้ร่วมสัมมนาที่เมืองซานโฮเซและถกกันว่าถึงเวลาหรือยังที่เราจะส่งสัญญาณไปอวกาศบ้าง งานสัมมนาที่จัดโดยสถาบันเซติ (SETI : Search for Extraterrestrial Intelligence) ผู้นำในการค้นหาชีวิตต่างดาวผู้ทรงปัญญา เซท ชอสแทก นักดาราศาสตร์และผู้อำนวยการโครงการเซติประกาศว่าเขาฟังมามากพอแล้ว
“พวกเราบางคนที่เซติอยากทำงานวิจัยเชิงรุก แทนที่จะฟังอย่างเดียว เราอยากจะส่งสัญญาณไปยังดาวใกล้เคียง เผื่อบางทีเราจะดึงดูดความสนใจของบางคน และได้รับคำตอบ” เซท ชอสแทก กล่าว
คำกล่าวของชอสแทกทำเอานักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มปั่นป่วน พวกเขาเตือนว่าระวังจะไปดึงความสนใจของอารยธรรมที่อาจจะก้าวหน้ากว่าเราหลายล้านปีเข้า
ที่ผ่านมา งานวิจัยของเซติส่วนใหญ่เป็นการฟังและคอย แต่ชอสแทกไม่ใช่คนแรกที่คิดเรื่องส่งสารกลับไปในอวกาศ เมื่อปี 1974 กล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซีโบในเปอร์โตริโกเคยส่งสารเข้ารหัสไปทางกระจุกดาว M13 ที่ชายขอบทางช้างเผือก และจากนั้นมนุษย์ก็พยายามเรียกความสนใจมนุษย์ต่างดาวอีกหลายครั้ง เป็นเวลา 40 ปีแล้วที่ยานวอยเอเจอร์ 1 และ 2 และยานไพโอเนียร์ 10 และ 11 ท่องไปในอวกาศ พร้อมนำรูปภาพดนตรี ข้อความภาษาต่างๆ 55 ภาษา และแผนที่แสดงตำแหน่งระบบสุริยะในเอกภพไปด้วย
แต่ความคิดริเริ่มของชอสแทกถือเป็นการบุกเบิก เพราะเขาต้องการเพิ่มการส่งให้มากขึ้น เช่น ให้นักดาราศาสตร์เล็งสัญญาณไปยังดาวดวงอื่นเป็นประจำทุกครั้งที่ใช้งานกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่
เล็งกล้องโทรทรรศน์ 12 กล้องไปที่สัญญาณเดียว
สัญญาณ FRBs ครั้งแรกรับได้เมื่อปี 2007 โดยนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บโดยกล้องโทรทรรศน์พาร์กในออสเตรเลีย เมื่อพวกเขาค้นหาต่อก็พบว่ากล้องได้รับสัญญาณวิทยุที่สั้นแต่ทรงพลังมากแบบนี้หลายครั้ง กล้องโทร
ทรรศน์อาเรซีโบ (Arecibo Telescope) ในเปอร์โตริโก ก็รับสัญญาณ FRBs ได้ครั้งหนึ่งนักดาราศาสตร์จึงเริ่มพัฒนาวิธีสังเกตการณ์สัญญาณนี้โดยตรง และพวกเขาก็ทำสำเร็จเมื่อเดือน พ.ค. 2014
สัญญาณสู่อวกาศ
เราควรส่งข้อความอะไรออกไป?
เราควรจะติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวอย่างไร ในช่วงกว่าสี่สิบปี เราได้ส่งข้อความสู่อวกาศ 18 ข้อความ แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนสงสัยว่ามนุษย์ต่างดาวที่ทรงปัญญาจะเข้าใจข้อความเหล่านั้นหรือไม่
ในการประชุมที่สถาบันเซติเป็นเจ้าภาพเมื่อสองปีที่แล้ว นักดาราศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ นักมานุษยวิทยา และศิลปิน ได้ร่วมหารือกันถึงการสร้างข้อความที่มนุษย์ต่างดาวทั้งเอกภพจะเข้าใจได้ แคร์รี ปีเตอร์สัน ซึ่งมีอาชีพเป็นศิลปิน เสนอว่าเราควรส่งสูตรเคมีของกลิ่นต่างๆ ในโลก เช่น เลือด ดอกไม้ อุจจาระ และน้ำมันเบนซิน ด้วยเหตุผลว่าสัมผัสทางจมูกเป็นสัมผัสพื้นฐานที่สุด







