
เงินบาทอ่อนหนุนส่งออกรถยนต์เพิ่ม
กสิกรไทยฟันธงปี 2559 เงินบาทอ่อนค่า ส่งออกรถยนต์ไทยได้ประโยชน์
กสิกรไทยฟันธงปี 2559 เงินบาทอ่อนค่า ส่งออกรถยนต์ไทยได้ประโยชน์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินทิศทางตลาดการส่งออกรถยนต์ในปี 2559 ว่า โดยรวมที่ยังมีแนวโน้มไปในทิศทางบวกน่าจะยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากปี 2558 จากปัจจัยบวกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดหลักส่วนใหญ่ที่ยังมีโอกาสขยายตัวดีตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบกับค่ายรถมีการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการรถอีโคคาร์ เฟส 2 ที่น่าจะมีความคืบหน้าของค่ายรถต่างๆ ที่ได้มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนออกมาเพิ่มเติมในปี 2559 นี้ รวมถึงได้รับผลดีจากค่าเงินบาทที่ยังมีทิศทางอ่อนค่าลงเป็นแรงเสริมทางบวกด้วย
ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การส่งออกรถยนต์ในปี 2559 น่าจะขยายตัวได้กว่า 2-6% หรือคิดเป็นการส่งออกรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1.25-1.30 ล้านคัน โดยสัดส่วนของการส่งออกรถยนต์นั่งจะเพิ่มขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 40% ของการส่งออกรถยนต์รวม
สำหรับปัจจัยที่หนุนให้ตลาดส่งออกรถยนต์ไทยในปี 2559 ขยายตัวได้ดีขึ้น ประกอบด้วย ประเทศผู้นำเข้ารถยนต์เดิมที่มีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่อง เช่น ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เปรู นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น เป็นต้น ทำให้คาดว่าผลมาจากการส่งออกรถอีโคคาร์จะทำได้มากขึ้น จากการย้ายฐานการผลิตรถยนต์บางรุ่นเข้ามาผลิตและทำตลาดส่งออกจากไทยแทน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในหลายประเทศปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ารถยนต์นั่งหลักจากไทยถึงกว่า 1 ใน 5 ของการส่งออกทั้งหมดยังทยอยลดการผลิตรถยนต์ในประเทศลง กระทั่งจะยกเลิกการผลิตทั้งหมดในปี 2560
ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าใหม่ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหม่ของไทยก็มีแนวโน้มขยายตัวดี อาทิ เม็กซิโก สหรัฐ หลายประเทศในยุโรป สปป.ลาว และเวียดนาม ซึ่งมีการนำเข้ารถยนต์นั่งเพิ่มขึ้นมากอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และการสร้างมาตรฐานรถยนต์ที่ผลิตในประเทศของไทยที่สูงขึ้น หลังการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 น่าจะทำให้โอกาสของการส่งออกรถยนต์ไทยไปยังประเทศเหล่านี้เปิดกว้างมากขึ้นด้วย
ด้านยอดส่งออกรถยนต์รวม 11 เดือนของปี 2558 ที่ผ่านมายังสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 7.8% หรือคิดเป็นยอดส่งออกรวม 1.118 ล้านคัน ทำให้การส่งออกรถยนต์นั่งปรับเพิ่มเป็น 39% ของการส่งออกรถยนต์รวม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าปี 2557 ที่ 37% แม้ว่ายอดส่งออกรถยนต์ล่าสุดในเดือน พ.ย. 2558 จะหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่ 4.6% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่ปริมาณการส่งออกที่ 1.065 แสนคัน ยังเป็นยอดที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยการส่งออกรถยนต์รายเดือนของทุกปีก่อนหน้านี้ด้วย
อย่างไรก็ดี จากการส่งออกรถยนต์ในปี 2558 มีทิศทางการส่งออกรถยนต์ที่เติบโตได้ดีต่อเนื่อง จึงคาดว่าทั้งปีอาจสามารถขยายตัวได้ถึงกว่า 9% หรือคิดเป็นยอดการส่งออกรถยนต์ราว 1.23 ล้านคัน เป็นการทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการส่งออกรถยนต์กว่า 1.23 ล้านคัน เพราะตลาดส่งออกเดิมก็ยังเติบโตดี ด้านตลาดใหม่ที่เริ่มนำเข้ารถยนต์นั่งใหม่ๆ ในส่วนของรถอีโคคาร์ โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปก็ยังโตดี







