
เหลียวหลัง
สมัยเป็นเด็ก เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน อยากจะโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่โตเสียที ครั้นมีอายุมากขึ้น เวลากลับผ่านไปเร็วขึ้น ล่าสุด ปี พ.ศ. 2558 ผ่านไปรวดเร็วราวติดปีกบิน ยังไม่ทันไร วันสุดท้ายของปีก็มาถึงแล้ว
สมัยเป็นเด็ก เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน อยากจะโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่โตเสียที ครั้นมีอายุมากขึ้น เวลากลับผ่านไปเร็วขึ้น ล่าสุด ปี พ.ศ. 2558 ผ่านไปรวดเร็วราวติดปีกบิน ยังไม่ทันไร วันสุดท้ายของปีก็มาถึงแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อหันไปดูรอบด้าน มีความเปลี่ยนแปลงที่เป็นจุดหักเหบนโลกใบนี้เกิดขึ้นหลายเรื่อง ผมขอไล่เรียงเหตุการณ์ตามลำดับความดังของข่าวและผลกระทบที่อาจเกิดกับเราในระยะยาวดังนี้
หนึ่ง โอเปกแตก กลุ่มการค้าที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างสูงต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี และได้สะสมความร่ำรวยไว้จำนวนมหาศาลในที่สุดก็ถึงเวลาล่มสลาย เป็นการพิสูจน์สัจธรรมของวงจรชีวิตว่า ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็หนีความเสื่อมถอยและความตายไปไม่พ้น
ความจริงภาวะอุปทานสูงกว่าอุปสงค์เริ่มมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่แคนาดาเริ่มผลิตน้ำมันจากทรายน้ำมันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และต่อมาสหรัฐเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราคาถูกจากหินน้ำมัน แต่ความรุนแรงของภาวะล้นตลาดถูกบรรเทาด้วยอุบัติเหตุนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น และผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่คืออิหร่านถูกแซงก์ชั่น
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องพลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ที่นับวันวิทยาการจะก้าวหน้า และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะลดลงอย่างรวดเร็ว
การแตกของโอเปกเกือบจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น ช้าหรือเร็วเท่านั้น เพราะผลผลิตพลังงานโดยรวมนอกกลุ่มโอเปกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพยุงราคาน้ำมันไว้สูงรังแต่จะเป็นการช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานนอกกลุ่มมีรายได้ดีขึ้น เราคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจประเด็นนี้ดี เพราะประเทศชาติเพิ่งเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวไปหลายแสนล้านบาท ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งออกข้าวยิ้มแย้มแจ่มใสไปตามๆ กัน
การแตกของโอเปกครั้งนี้มีแนวโน้มจะเป็นการล่มสลายแบบถาวร และโอกาสที่ราคาพลังงานจะกลับสูงขึ้นมามากๆ หรือประเทศในโอเปกจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีต เหลือความเป็นไปได้น้อยเต็มที
ยุคน้ำมันได้สิ้นสุดลงแล้วในปี 2015 สมดังคำทำนายของอดีตรัฐมนตรีน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย ที่กล่าวไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนว่า ยุคหินสิ้นสุดลงไม่ใช่เพราะขาดแคลนหิน และยุคน้ำมันก็จะสิ้นสุดลงก่อนน้ำมันหมดโลกเป็นเวลานาน
ราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงลากราคาวัตถุดิบและพืชผลเกษตรให้ตกต่ำลงตามไปด้วย เป็นปัญหาเชิงนโยบายที่ท้าทายความจริงใจและความสามารถของรัฐบาลไทยในอนาคต ว่าจะเลือกเอาใจเกษตรกรด้วยนโยบายประชานิยม หรือจะปฏิรูปเศรษฐกิจและปฏิรูปที่ดินทำกินทั้งระบบ พร้อมกับเร่งลดสัดส่วนจำนวนประชากรที่อยู่ในภาคเกษตรลง
สอง เฟดขึ้นดอกเบี้ย กลับทิศทางดอกเบี้ยโลกเป็นขาขึ้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ถกกันมาทั้งปี ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปี 2015 หรือไม่ เดือนไหนแน่ จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร และเพียงใด ความไม่แน่นอนทำให้เกิดความผันผวนในตลาดทุนทั่วโลก
ข่าวเรื่องดอกเบี้ยเป็นข่าวที่ใหญ่กว่า และมีคนติดตามด้วยความสนอกสนใจมากกว่าราคาน้ำมันเสียอีก อย่างไรก็ตาม ผมกลับเชื่อว่าผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาวมีไม่มากนัก ความไม่แน่นอนทำให้เกิดความผันผวน แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์จริงแล้วคลื่นลมก็จะสงบลง การเก็งกำไรก็จะลดลง ประเทศเล็กประเทศน้อย รวมทั้งประเทศไทยของเราเอง อาจจะต้องมีการปรับตัวบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงแต่ประการใด
สาม ปัญหาของยุโรปในช่วงต้นปี 2015 ตึงเครียดมาก มีทีท่าว่าอาจถึงจุดระเบิด กล่าวคือ กรีซไม่ยอมรับเงื่อนไขของยุโรป มีการชุมนุมประท้วงบนท้องถนน มีผู้แทนโหวตสวนมติพรรคในสภา มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ พรรคเดิมชนะ กรีซได้นายกรัฐมนตรีคนเดิม แต่เหตุการณ์กลับผลิกผันเหนือความคาดหมาย เมื่อผู้นำคนเดิมหันกลับไปประนีประนอมกับยุโรป โดยการยอมรับเงื่อนไขหลายอย่าง แลกกับเงินกู้ก้อนโตที่จะช่วยให้อยู่ได้อย่างน้อยอีก 2-3 ปี
หลังจากนั้นคลื่นลมในยุโรปก็สงบนิ่ง จนดูเหมือนว่าปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขจนหมดสิ้นแล้ว แต่สำหรับผม มันเป็นความสงบก่อนพายุจะมา เพราะปัญหาพื้นฐานยังคงอยู่ ความสามารถในการแข่งขันยังแตกต่างกันมากระหว่างยุโรปเหนือกับยุโรปใต้ ในที่สุดก็จะมีประเทศที่ขาดดุลประสบปัญหาในการชำระหนี้อีก เมื่อถึงเวลานั้นตลาดทุนโลกก็จะกลับมาปั่นป่วนอีกครั้งหนึ่ง
แต่กรณีนี้ นอกจากความผันผวนของตลาดแล้ว ผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอาจจะมีไม่มากนัก ไม่ว่ายูโรโซนจะคงอยู่หรือล่มสลายไป
เรื่องสุดท้าย ปี 2015 เป็นปีที่เห็นชัดว่าเศรษฐกิจจีนไม่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วดังเดิม ค่าแรงที่สูงขึ้นและค่าเงินหยวนที่ค่อนข้างแข็ง ทำให้สินค้าจีนมีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อในตลาดโลกมากขึ้น แต่ดูเหมือนจีนจะรู้ตัวล่วงหน้า จึงได้สะสมความร่ำรวยในรูปทุนสำรองเงินตราต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมหาศาล และเมื่อสหรัฐหันไปให้ความสำคัญในการนำเข้าจากประเทศอื่นแทน จีนก็แสดงอาการไม่ง้อ พร้อมกับยกระดับการท้าทายความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐในทันที
ในปี 2015 เราเห็นจีนเล่นบทมหาอำนาจ เราเห็นการช่วงชิงความเป็นหนึ่งในเอเชียจากญี่ปุ่น เราเห็นความสำเร็จในการก่อตั้งเอไอไอบี แม้จะไม่ได้รับความร่วมมือจากสหรัฐกับญี่ปุ่น เราเห็นความสำเร็จในการผลักดันเงินหยวนเข้าไปอยู่ในตะกร้าเงินของไอเอ็มเอฟ เราเห็นการแผ่อิทธิพลลงไปในทะเลจีนใต้ ซึ่งทำให้จีนต้องสร้างศัตรูกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ
สำหรับประเทศไทย เราหันไปผูกสัมพันธ์กับจีนอย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ถูกสหรัฐกับบางชาติในยุโรปกดดันทางด้านการเมือง
ส่วนตัวผมเข้าใจความรู้สึกของคนไทยจำนวนมากที่ไม่พอใจการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยของสหรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังอยากเห็นเราใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ถึงเราจะไม่ใคร่ชอบหน้าสหรัฐ แต่การพยายามรักษาความเป็นกลางยังน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
ต้องไม่ลืมว่า แม้จีนจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่มาก แต่ระดับการพัฒนาของจีนยังไม่สูงนัก นอกจากนี้ จีนยังมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของเรา คือฟิลิปปินส์กับเวียดนามในเรื่องที่มีแนวโน้มจะเรื้อรังไปอีกนาน
ก่อนจบ ผมต้องขอยืนยันว่า ความดังของข่าวกับความแรงของผลกระทบไม่จำเป็นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข่าวใหญ่บางข่าวมีผลกระทบแรง แต่บางข่าวก็มีผลน้อยกว่าที่เกรงกลัวกัน ขอให้แฮปปี้นิวเยียร์กันถ้วนหน้านะครับ







