
สถานการณ์สื่อมวลชนปี’58 ‘อึมครึม อึดอัด หวาดระแวง’
สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สรุปรายงานสถานการณ์ประจำปี 2558 ของสื่อมวลชนไทยโดยยกให้เป็นปีแห่งความ “อึมครึม อีดอัด และหวาดระแวง”
สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้สรุปรายงานสถานการณ์ประจำปี 2558 ของสื่อมวลชนไทย โดยยกให้เป็นปีแห่งความ “อึมครึม อีดอัด และหวาดระแวง”
ทั้งนี้ ภายใต้ข้อจำกัดในการแสดงออก ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้สื่อมวลชนเผชิญหน้ากับการถูกกดดันหลายครั้ง เริ่มจากการใช้อำนาจตามคำสั่งและประกาศที่ออกตามกฎอัยการศึกเรียกสื่อเข้าพบหลายครั้ง
นอกจากนี้ ยังเรียกสื่อมวลชนเป็นรายบุคคล เช่น นำตัว ประวิตร โรจนพฤกษ์ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ไปควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 13-15 ก.ย. หรือการเรียกตัว ศักดา แซ่เอียว หรือเซีย นักเขียนการ์ตูน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เข้าพบ และยังเรียกผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไทและบรรณาธิการเข้าพบ สะท้อนว่ารัฐบาลได้ควบคุมการแสดงออกของสื่อมวลชนและประชาชนใกล้ชิด
ในปี 2558 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้ใช้อำนาจตามประกาศ คสช.ดำเนินการกับสถานีโทรทัศน์จำนวนมาก เช่น การสั่งปิดสถานีดาวเทียมพีซทีวี การตรวจสอบสถานีไทยพีบีเอส และการปิดสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ และยังแจ้งเตือนโดยลายลักษณ์อักษรอีกหลายครั้ง เช่น การรายงานวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวขบวนการประชาธิปไตยใหม่ของไทยพีบีเอส
ขณะเดียวกัน บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงต่อการทำหน้าที่มากกว่า 10 ครั้ง เช่น หนังสือพิมพ์บางฉบับเป็นบ้า ด่าหมดทุกรัฐบาล (เมื่อ 25 ธ.ค.) ช่างภาพ กองบรรณาธิการ จิตใจต่ำ คัดเลือกรูปภาพผู้นำที่ไม่ดีมาลง (เมื่อ 29 ม.ค.) จะประหารชีวิตสื่อที่ไม่มีจรรยาบรรณ (เมื่อ 25 มี.ค.) เป็นต้น รวมถึงได้แสดงออกในทำนองกล่าวหาสื่อมวลชนว่าเป็นผู้ไม่หวังดี ไม่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปรองดอง อันเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยหลายครั้ง
สำหรับการปฏิรูปสื่อสารมวลชน ตลอดปีที่ผ่านมาองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนได้เรียกร้องให้ปฏิรูปสื่อ โดยปราศจากการครอบงำโดยอำนาจรัฐ อำนาจทุน หากสื่อมวลชนกระทำการขัดกับบทบัญญัติของกฎหมายใดให้ใช้กฎหมายนั้นดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวคิดใช้กฎหมายกำกับดูแลสื่อ ในหลักการเดียวกับ พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 ซึ่งยกเลิกไปแล้ว โดยกรรมาธิการปฏิรูปสื่อบางคนในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เสนอหลักการให้การกำกับดูแลสื่อทุกประเภท อยู่ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนแนวคิดเชิงอำนาจนิยม ที่ขัดต่อพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย
ขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามเสนอให้ใช้มาตรา 44 คืนอำนาจให้ตำรวจในการกำกับดูแลสื่อ รวมถึงเชิญตัวแทนผู้ให้บริการ เสิร์ชเอนจิ้น และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ไปให้ข้อมูล ซึ่งการดำเนินการ
ดังกล่าวถูกจับตามองจากนานาชาติเนื่องจากอาจกระทบกับสิทธิประชาชน
จากสถานการณ์รอบด้าน จึงเห็นได้ว่า สถานการณ์สื่อมวลชนไทยอยู่ในสภาวะที่ไม่มีความชัดเจนหรืออึมครึม เพราะตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของคำสั่งและประกาศต่างๆ ตลอดจนการเซ็นเซอร์ตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำหน้าที่ในการสืบเสาะค้นหาข้อเท็จจริง
สภาพเช่นนี้ทำให้เกิดความอึดอัด เพราะไม่อาจใช้พื้นที่ของสื่อให้ทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความปรองดอง ผ่านการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ทั้งสถานการณ์ทุกด้านยังส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงในแวดวงสื่อมวลชนทุกแขนง จึงถือได้ว่าปี 2558 เป็นปีแห่งความ “อึมครึม อึดอัด และหวาดระแวง”







