
กลาโหมแจงผลสอบราชภักดิ์ใช้งบตามระเบียบ-ไม่มีอำนาจสอบทุจริต
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแจงโครงการราชภักดิ์ใช้งบตามระเบียบทุกขั้นตอน ระบุไม่มีอำนาจสอบการกระทำผิด ทำได้เพียงตั้งข้อสังเกต
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแจงโครงการราชภักดิ์ใช้งบตามระเบียบทุกขั้นตอน ระบุไม่มีอำนาจสอบการกระทำผิด ทำได้เพียงตั้งข้อสังเกต
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. เวลา 13.30 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พร้อมด้วย พล.ต.พนมเทพ เวสารัชชนันท์ ผู้ช่วยเจ้ากรมพระธรรมนูญ พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญสุข ผู้ชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการฯ ร่วมแถลงข่าวโดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย และตัวแทนองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น เข้าร่วมรับฟังการแถลง
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ในกรอบอำนาจหน้าที่ได้มีการดำเนินการ โดย รมว.กลาโหม ได้แต่งตั้ง เพื่อให้สื่อได้เข้าใจ โดยมีตนเป็นประธาน และมีคณะกรรมการอีก 8 คนและ มีเลขาฯ และ คณะกรรมการ มีอำนาจเพียงแสวงหาข้อเท็จจริงตามเอกสารที่ครอบครอง ไม่เหมือนกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าตามกรอบกฎหมาย
"คณะกรรมการไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใด ๆ ที่จะไปแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างกว้างขาง เพียงแต่ดำเนินการตามคำสั่งของกลาโหม ในการแสวงหาข้อเท็จจริงจากบุคคล และเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลในกลาโหมเท่านั้น ไม่เหมือนกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้คือ การรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากส่วนราชการ หรือบุคคล ตลอดเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ พร้อมสรุปสำนวนความเห็น และรายงานผล จำนวน16 หน้า ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้รับทราบ"พล.อ.ชัยชาญกล่าว
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่างๆ คณะกรรมการพยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ โดยได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงาน และบุคคล มาให้ข้อเท็จจริงทั้งสิ้น 23 คน พร้อมหลักฐานอีกจำนวนมาก
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบในเรื่องเอกสาร เนื่องจากว่ามีเอกสารทั้งเรื่องการเงิน จำนวนมาก ซึ่งทางคณะกรรมการได้ตรวจสอบเอกสารตามบัญชีตามรายรับ และรายจ่าย ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2558 ซึ่งเป็นวันตัดยอดสรุปรายเดือน และในเดือน ธ.ค.ก็จะสรุปในปลายเดือนนี้ พร้อมทั้งได้รับเอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันที่คณะกรรมการสรุปสำนวนการสอบข้อเท็จจริง สำหรับภาพรวมของโครงการราชภักดิ์กำหนดไว้ 10 เดือน ตั้งแต่ พ.ย. ถึง ส.ค. ทั้งการสร้างพระบรมรูปฯ 7 พระองค์ การสนามหญ้าภูมิทัศน์ และ ห้องพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณ ในการก่อสร้างส่วนที่หนึ่ง ประกอบด้วยสองส่วน คือ งบกลาง จำนวนกว่า 63 ล้านบาท ใช้ในงานก่อสร้าง 5 งาน ซึ่งเป็นงานก่อสร้างรอบ ๆ พระบรมรูปฯ คือ งานติดตั้งหินอ่อน จำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ งานปูพื้น 34.9 ล้านบาท ป้ายอุทยาน 5 ล้านบาทเศษ การรักษาความปลอดภัย 2 ล้านบาท และ การก่อสร้างรั้วโดยรวม 9 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดหา
ส่วนงบบริจาค ประกอบด้วยรายรับ จากภาครัฐ เอกชน และการจัดกิจการ ไบค์ แอนด์คอนเสิร์ตแทนคุณแผ่นดิน เข้ากองทุนสวัสดิการราชภักดิ์ จนถึง 30 พ.ย. รวมดอกเบี้ย เป็นเงิน 732 ล้านบาทเศษ และมีสิ่งของต่าง ๆ ที่ได้รับการบริจาคสามารถตีเป็นค่าเงินได้ 69 ล้านบาทเศษ รวมรายรับจากการบริจาคแล้ว ทั้งหมด 802 ล้านบาทเศษ
สำหรับรายจ่าย ได้นำไปใช้ในการก่อสร้างตามโครงการ ตามแผน 27 งาน จำนวน 752 ล้านบาทเศษ เช่น การหล่อพระบรมรูปฯ พร้อมพานพุ่มคู่ จำนวน 318 ล้านบาทเศษ การปูหญ้า งานระบายน้ำ การปรับพื้นที่ รวมแล้วเป็นเงิน 752 ล้านบาทเศษ สรุปยอดเงินในวันที่ 30 พ.ย.2558 รายรับจาก งบกลาง และ งบบริจาค รวม 866 ล้านบาทเศษ และใช้ดำเนินการไปแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผน จำนวน 816 ล้านบาทเศษ
ส่วนที่สองเป็นงบประมาณก่อสร้าง และปรับพื้นที่ โรงเรียนนายสิบทหารบก จำนวน 149 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนงานของ ทบ.ใน ปี 2558 เพื่อใช้ปรับปรุงสาธารณูปโภค และการปรับปรุงพื้นที่ โรงเรียนนายสิบทหารบก ใช้ในการก่อสร้างจำนวน 11 งาน งานปรับปรุงรั้ว ส่วนที่ 1 และ 2 จำนวน 28 ล้านบาทเศษ ระบบประปา 11 ล้านบาทเศษ ในส่วนที่สาม เป็นงบบริจาคที่เข้าไปในมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ จำนวน 106 ล้านบาทเศษ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการใช้จ่ายงบประมาณตรงนี้
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณนั้น ทางคณะกรรมการได้เห็นว่า การใช้จ่ายงบกลาง และ งบประมาณของกองทัพบก ในการก่อสร้าง และปรับปรุงพื้นที่ โรงเรียนนายสิบทหารบก นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พศ. 2535 และระเบียบคำสั่งของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง ส่วนงบบริจาค ในบัญชีชื่อกองทุน สวัสดิการอุทยานราชภักดิ์นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการสวัสดิการกองทัพบก ว่าด้วยอุทยานราชภักดิ์ พศ. 2558 และระเบียบการบริหารอุทยานราชภักดิ์ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง พศ. 2558
"จากการพิจารณาตรวจสอบพิจารณาได้ว่า การใช้จ่ายงบประมาณ เป็นการดำเนินการตามระเบียบที่ได้กล่าวเอาไว้ ซึ่งทราบว่าขณะนี้ทาง สตง. อยู่ระหว่าง การตรวจสอบ งบประมาณตามโครงการนี้อยู่"พล.อ.ชัยชาญกล่าว
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรม ไบค์ แอนด์คอนเสิร์ต แทนคุณแผ่นดิน เพื่อหารายได้สมทบทุนการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ และส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพด้วยการปั่นจักรยานออกกำลัง โดยมี 5 กิจกรรม คือ
1.จำหน่ายบัตรเข้าร่วมแข่งขันปั่นจักรยานชิงถ้วยพระราชทาน 2.การจำหน่ายสิ่งของที่ระลึกมี 2 ราคา โดยเสื้อยืดราคา 600 บาท แต่หากมีเสื้อยืด บัตร และ หมวก ราคา 1,500 บาท 3.การจำหน่ายบัตรเข้าร่วมในขบวนปั่น จักรยาน 4.การชมคอนเสิร์ต และร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคที่นั่งละ 1 ล้านบาท และ นอกจากนี้มีรายได้ในการจำหน่ายโต๊ะอาหารให้กับผู้ที่ร่วมงาน โต๊ะและ 3-5 หมื่นบาท ในส่วนการจัดคอนเสิร์ต เอกชนจะออกค่าใช้จ่ายให้ 5.การปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน กำหนดไว้ 72ต้น ๆ ละ 3 แสนบาท และมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอีก
"ขอย้ำว่ากิจกรรมดังกล่าวไม่ได้ซื้อต้นไม้มาปลูก ภาคเอกชนเป็นผู้สนับสนุนต้นไม้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับบริจาคเงินที่ผู้ประสงค์เข้าร่วมกิจกรรม และจะมีการนำชื่อไปติดไว้ที่หน้าต้นไม้ไว้เป็นเกียรติ ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีรายได้รวมทั้สิ้น 77 ล้านบาทเศษ หักค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งมีรายรับจ่ายชัดเจน ขณะนี้เหลือ 76 ล้านบาทเศษ และเงินจำนวนดังกล่าวได้นำเงินเข้าบัญชีกองทุนสวัสดิการอุทยานราชภักดิ์ จากการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ทุกอย่าง"
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวถึง สำหรับการหล่อพระบรมรูปฯ คณะกรรมการได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้มูล เป็นบุคคลภายนอก แต่มีความเกี่ยวพันกับบุคคลที่ไม่ได้มาให้ข้อมูล และ บางท่านก็ไม่สามารถตามตัวมาให้ข้อมูลได้
"คณะกรรมการจึงเห็นว่า การจะให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวในขณะที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ อาจจะกระทบกับผู้นั้นให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งในการสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในรายงานสอบข้อเท็จจริง จำนวน 16 หน้า ให้กับ รมว.กลาโหม การดำเนินการต่อไป เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ที่จะต้องดำเนินการต่อไปในประเด็นนี้
"คณะกรรมการได้พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ในทุกจดทุกประเด็น เท่าที่จะทำได้ เพราะทราบว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของสังคม แต่ด้วยข้อจำกัด และในอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ ส่วนที่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ ถ้าหากหน่วยงานภายนอกของกลาโหม ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้พบว่า มีการดำเนินการใดไม่ถูกต้อง ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานนั้น สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้กำหนดเอาไว้"
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า จากที่ตรวจสอบ บางท่านก็ไม่ให้ข้อมูล บางท่านก็ตามตัวไม่ได้ ประเด็นนี้ อยู่นอกเหนืออำนาจของคณะกรรมการ แต่ให้ข้อสังเกตว่าให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ
เมื่อถามว่า สรุปแล้วการตรวจสอบทุกอย่างโปร่งใส พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ทุกประเด็นในการสอบข้อเท็จจริงที่นำเรียน รมว.กลาโหม จะมีข้อสังเกตในแต่ละประเด็นขึ้นไป ทั้งการหล่อพระบรมรูปฯ
เมื่อถามว่า พูดชัด ๆ ว่า การตรวจสอบกลาโหม แสดงว่าไม่พบทุจริต ส่วนเรื่องของโรงหล่อเป็นเรื่องนอกอำนาจหน้าที่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ รมว.กลาโหม ในเรื่องงบประมาณ โดยแต่ละเรื่องมีข้อสังเกตอยู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องไปตรวจสอบจะบอกว่าแผนงานโครงการได้ดำเนินการตามหรือไม่ ส่วนผู้กว้างขวาง คนนั้นเราไม่สามารถตามตัวมาให้ข้อมูลได้
เมื่อถามว่า ข้อสังเกตที่ส่งไปยัง รมว.กลาโหม มีอะไรบ้าง พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ในเรื่องงบประมาณ ก็พูดถึงระเบียบต่างๆ ที่ใช้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่อง กิจกรรมไบค์ แอนด์คอนเสิร์ต มีรายรับจ่าย ที่ชัดเจนตามแผนการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมเรื่องของการดำเนินการวิธีจัดหา ข้อสังเกตมีในการจัดหาจำกัด ส่วนประเด็น การหล่อฯ ก็เป็นไปตามที่ได้เรียนให้ทราบ
เมื่อถามว่า สังคมยังสงสัย และพุ่งเป้าไปที่อดีตผบ.ทบ. พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า เราไม่สามารถชี้ได้ว่าตรงไหนผิดถูก เพียงแต่ดูประเด็นอะไรที่ตั้งข้อสังเกตุให้หน่วยงานที่่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
"ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการหล่อพระบรมรูปฯ ก็ได้มีข้อสังเกต และได้ข้อกำหนดในชุดนี้มีการสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้วินิจฉัยได้ว่าอันไหนถูกผิด เพราะมีอำนาจขอบเขตในการสอบข้อมูลในส่วนของกลาโหม ดังนั้นประเด็นที่สอบไม่สามารถชี้ถูกผิดได้อย่างไร เพียงให้ข้อสังเกตก็ให้อยู่ในอำนาจของหน่วยงานที่มีอำนาจทางกฎหมายดำเนินการต่อไป"
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะกรรมการได้ขอความร่วมมือบุคคลให้มาให้ข้อมูล แต่บางคนก็ไม่ได้มา ไม่สามารถตามตัวได้ หรือคนที่หนีไปนั้น เป็นความผิดคดีอื่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่อง ราชภักดิ์ ซึ่งเป็นคดีตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ
ด้าน นายมานะ นิมิตรมงตล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น ที่เข้าร่วมรับฟังการแถลงได้ลุกขึ้นถามว่า เรื่องนี้จะเปิดเผยรายชื่อคู่สัญญาณได้หรือไม่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า พร้อมเปิดเผยรายชื่อคู่สัญญา
เมื่อถามว่า การหักหัวคิว และ โรงหล่อ ผลการตรวจสอบได้ผลอย่างไร พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า เรื่องนี้ การเชิญบุคคลคนหนึ่งมาให้ข้อเท็จจริงแต่ไม่ได้มาและบุคคลที่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถตามตัวมาได้ ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ ก็เสนอขึ้นไป อยู่ในอำนาจของหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการต่อไปทั้งนี้จะทำให้ดีที่สุดให้เคลียร์ในทุกประเด็น อย่างเช่นงบประมาณน่าจะชี้แจงได้ตามการดำเนินการ
ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พอใจผลการชี้แจงของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่แจงเรื่องตัวเลข เงิน ต่างๆ ละเอียดดีกว่ากองทัพบก แต่ที่ยังเห็นว่า เป็นปัญหาคือ เรื่อง การเร่งรีบดำเนินการ จนอาจไม่ได้ทำตามระเบียบต่างๆ และ ในส่วนของโรงหล่อ กับ เซียนพระ ก็เป็นเรื่องของ ส่วนราชการอื่นที่จะตรวจสอบต่อ คิดว่า กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่เพราะ อำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายมีแค่นี้ ก็ต้องรอผลของส่วนอื่น และของกระทรวงยุติธรรม
รายละเอียดเอกสารประกอบการชี้แจงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์







