
ขยายฐานภาษี
ครม.อนุมัติมาตรการต้อนเอสเอ็มอีเข้าระบบภาษี มีผล 1 ม.ค. 2559 เพิ่มแรงจูงใจให้รายเล็ก
ครม.อนุมัติมาตรการต้อนเอสเอ็มอีเข้าระบบภาษี มีผล 1 ม.ค. 2559 เพิ่มแรงจูงใจให้รายเล็ก
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558 ได้อนุมัติแนวทางการจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าสู่ระบบภาษีถูกต้อง เนื่องจากเอสเอ็มอีจำนวนมากจ่ายภาษีนิติบุคคลไม่ถูกต้อง หรือบางรายยังไม่เข้าสู่ระบบภาษี แม้รัฐบาลจะลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20%
ทั้งนี้ จะมีการออกกฎหมายใหม่และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559
รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการนี้จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนมากในระบบเศรษฐกิจ ประมาณ 96% ของผู้ประกอบการทั้งหมด ให้มาขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรใน 2 เดือนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะมีมาตรการจูงใจสำหรับรายเล็ก ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 0% ในปีแรก และปีที่ 2 เสีย 10% จากเดิมที่เสียเต็มจำนวน 20% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป จึงจะเสียภาษีในอัตราปกติ
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากมีการขึ้นทะเบียนกลุ่มนี้ทั้งระบบแล้ว กรมสรรพากรจะเร่งรัดการให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีธุรกิจ เน้นการทำบัญชีเดียวไม่ใช่มี 2 บัญชีหรือมากกว่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเข้าถึงบริการทางการเงินต่างๆ เช่น การขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเมื่อมีบัญชีที่ถูกต้องและเป็นบัญชีเดียว ธนาคารก็จะสามารถจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับเอสเอ็มอี และใช้ระยะเวลาในการอนุมัติสินเชื่อน้อยลง
“ระบบนี้จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน คาดว่าจะให้เวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2561 ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องมีบัญชีตามมาตรฐานของกรมสรรพากร ทำให้เราไม่ต้องเก็บภาษีเพิ่มในอนาคต และทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ทิศทางของการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้มีการหารือกันหลายครั้งถึงปัญหาของผู้ที่อยู่ในระบบภาษี โดยเฉพาะภาษีนิติบุคคล และมีผู้เสนอให้มีการนิรโทษกรรมภาษี แต่รัฐบาลจะไม่ใช้วิธีดังกล่าว







