posttoday
อนุฯชงหากบัตรทองต้องร่วมจ่าย ให้ "ประกันสังคม-ข้าราชการ" จ่ายด้วย

อนุฯชงหากบัตรทองต้องร่วมจ่าย ให้ "ประกันสังคม-ข้าราชการ" จ่ายด้วย

29 ธันวาคม 2558

เสนอประชาชนร่วมจ่ายสมทบสิทธิ “30 บาท” ผ่านระบบภาษี “ปิยะสกล” ยื้อเวลา ตั้งกรรมการชุดใหม่พิจารณาปีหน้า

เสนอประชาชนร่วมจ่ายสมทบสิทธิ “30 บาท” ผ่านระบบภาษี “ปิยะสกล” ยื้อเวลา ตั้งกรรมการชุดใหม่พิจารณาปีหน้า

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการศึกษาและจัดทำข้อเสนอการพัฒนากลไกกลางเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระบบหลักประกันสุขภาพภาครัฐ เปิดเผยว่า ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณา 2 ทางเลือกเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพ ได้แก่ 1.ให้ประชาชนร่วมจ่าย และ 2.ไม่มีการร่วมจ่าย

นพ.สุวิทย์  กล่าวอีกว่า หากจะให้มีการร่วมจ่าย จะเป็นการจ่ายล่วงหน้า ไม่ใช่จ่าย ณ จุดบริการ โดยอาจแบ่งรายได้ประชาชนเป็น 3-5 ระดับ ว่าใครควรจ่ายในอัตราใด โดยระบบประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ ก็ต้องร่วมจ่ายด้วย นอกจากนี้ รูปแบบการจ่าย อาจผ่านระบบภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการร่วมจ่ายแบบเดียวกับประกันสังคม

"แต่หลักการสำคัญคือ อัตราที่กองทุนจ่ายให้ผู้ให้บริการ ต้องต่างกันไม่เกิน 10% ไม่ใช่ข้าราชการปีละหมื่นกว่าบาท บัตรทองปีละ 3,000 บาท อย่างในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ" นพ.สุวิทย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม จะมีคน 2 กลุ่มเท่านั้น ที่ต้องร่วมจ่าย ณ จุดบริการ คือผู้ที่ประกาศตัวว่ารวย จากการใช้ห้องพิเศษ หรือคลินิกพิเศษ

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการเห็นว่า หากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะต้องร่วมจ่ายจริง สิทธิ์ประกันสังคม ควรต้องปรับระบบร่วมจ่ายด้วย เนื่องจากปัจจุบัน คนที่มีเงินเดือนสูง ร่วมสมทบในระบบประกันสังคม น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จะตั้งคณะทำงานเพื่อนำข้อเสนอไปปฏิบัติต่อไป โดยให้มีสัดส่วนของรัฐประชาสังคม และนักเศรษฐศาสตร์ ร่วมพิจารณา โดยหลังหยุดเทศกาลปีใหม่ คงจะดำเนินการทันที แต่อาจจะยังไม่ปรับเปลี่ยนทันทีในปี 2559

ทั้งนี้ เห็นว่าข้อเสนอตรงกับหลักการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดไว้ชัดว่า สิทธิอะไรดีอยู่จะคงไว้ แต่จะหารายได้เพิ่มเพื่อดูแลสถานพยาบาลไม่ให้ขาดทุน รวมถึงรองรับกับสังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าด้วย

นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า อย่ามองว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นของคนจนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทั้งประเทศ

“เพราะระบบประกันแบบที่ให้คนไข้จ่ายเองนั้น มีโอกาสที่หมอจะขูดรีดคนไข้สูงมาก เนื่องจากเมื่อหมอมีอำนาจเด็ดขาด หมอจะสั่งของที่ดีที่สุด และราคาแพง สังเกตจากสวัสดิการข้าราชการราชการซึ่งเป็นปลายเปิด สามารถเบิกได้โดยไม่มีเพดาน จะทำให้ต้นทุนสำหรับคนใช้บริการสูงกว่าที่ควรจะเป็น”นายอัมมารกล่าว

นายอัมมาร กล่าวอีกว่า ในระบบประกันสุขภาพ หากระบบเกิดขึ้นโดยการไล่ชนชั้นกลางให้ไปจ่ายเอง ยิ่งจะสร้างความเหลื่อมล้ำให้สูงขึ้น เพราะชนชั้นกลาง ถือเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังในการใช้จ่ายสูงมาก เมื่อจ่ายเพิ่ม บริการทางการแพทย์จะหลั่งไหลไปหาชนชั้นกลาง โรงพยาบาลเอกชน 4-5 ดาวก็จะเปิดเยอะขึ้น และหมอก็จะได้รับเงินเดือนสูงขึ้นไปอีก ทำให้ต้นทุนในการรักษาหมอไว้ในระบบของรัฐสูงตามไปด้วย และอัตราค่าบริการสุขภาพ ก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท