
อุทยานฯเชื่อเขาใหญ่รอดถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย
กรมอุทยานฯมั่นใจ "เขาใหญ่" ไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย เผยดำเนินการเข้มข้นป้องกันลักลอบตัดไม้-บุกรุก
กรมอุทยานฯมั่นใจ "เขาใหญ่" ไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย เผยดำเนินการเข้มข้นป้องกันลักลอบตัดไม้-บุกรุก
นายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามข้อมติที่คณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ไทยต้องดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เพื่อไม่ให้ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย ได้ครบถ้วนจนอาจจะได้รับการถอนชื่อจากมรดกโลกที่อยู่ภาวะอันตราย
นายประเสริฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 39 ที่กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี ไทยได้จัดทำรายงานการดำเนินการเสนอต่อศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ก.พ. 2559 ตามความความห่วงใยใน 2 เรื่องหลัก คือปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และปัญหาการบุกรุกพื้นที่
ทั้งนี้ การปฏิบัติงานตามข้อห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลกถือว่าถือว่ามีทิศทางดีขึ้น โดยกรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มข้นตามข้อมติของคณะกรรมการมรดกโลกโดยเฉพาะในเรื่องการลักลอบตัดไม้พะยูง ผลคือตัวเลขบ่งชี้คดีลดลงจากปี 2557 ที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 600 คดีเหลือเพียง 200 คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานได้เดินลาดตระเวนออกตรวจพื้นที่ผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่รวมกว่า 1 หมื่นกิโลเมตร ส่วนกรณีการบุกรุกพื้นที่ก็เป็นคดีเดิมที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่ค่อยมีคดีบุกรุกพื้นที่ใหม่เกิดขึ้น ทั้งนี้หลังจัดทำรายงานเสร็จสมบูรณ์จะนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเพื่อให้ความเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.ก่อนส่งไปยังศูนย์มรดกโลกตามกำหนดระยะเวลาต่อไป
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาว่าประเทศไทยได้ปฏิบัติตามแผนที่รายงานไปหรือไม่ เชื่อว่าการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 40 ที่ประเทศตุรกี ในเดือน มิ.ย. 2559 มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ของไทยจะไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตรายแน่นอน
นอกจากนั้นในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 40 ในส่วนของประเทศไทยยังมีวาระการพิจาณาการขึ้นบัญชีกลุ่มป่าแก่งกระจานขึ้นเป็นมรดกโลก โดยจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาคณะกรรมการมรดกโลกมอบหมายให้ประเทศไทยแก้ปัญหาในเรื่องชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ และจัดทำบัญชีความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เพิ่มเติม หากการดำเนินการเป็นที่พอใจของคณะกรรมการมรดกโลกไทยก็มีโอกาสลุ้นการพ้นจากบัญชีดังกล่าว







