posttoday
เสียงจากผู้พิการ สะท้อนปัญหาที่สังคมมองข้าม

เสียงจากผู้พิการ สะท้อนปัญหาที่สังคมมองข้าม

27 ธันวาคม 2558

การเริ่มต้นทำธุรกิจถือเป็นสิ่งท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง ยิ่งเจ้าของธุรกิจเป็น “ผู้พิการ” ด้วยแล้ว

โดย...ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

การเริ่มต้นทำธุรกิจถือเป็นสิ่งท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง ยิ่งเจ้าของธุรกิจเป็น “ผู้พิการ” ด้วยแล้ว ยิ่งถือเป็นเรื่องท้าทายมากกว่าเดิม เพราะต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ แต่ก็มิใช่เรื่องน่ากังวลนักในการดำเนินธุรกิจ หากมีผู้สนับสนุนที่ดี และเริ่มต้นธุรกิจในเวลาที่เหมาะสม

เหมือนเช่น เบน วูล์ฟเฟนเดน วัย 23 ปี ผู้ก่อตั้ง วิซิบิลิส บริษัทด้านการตลาดในอังกฤษ วูล์ฟเฟนเดนป่วยเป็นโรคพังผืดในถุงน้ำดีและเบาหวาน แม้ดูเผินๆ แล้วจะไม่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน ทว่ากลับต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด และใช้เงินรักษาจำนวนมาก

ครั้งหนึ่ง อุปสรรคด้านสุขภาพเคยเป็นปัญหาสำหรับวูล์ฟเฟนเดนในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากต้องทำงานแทบทั้งวันทั้งคืน แต่แทนที่จะเลือกปิดกิจการ ชายวัย 23 ปี กลับเลือกขยายธุรกิจออกไปอีก และต้องจัดสรรเวลาในการพบลูกค้าเพื่อไม่ให้กระทบกับการไปพบแพทย์

ส่วนใหญ่วูล์ฟเฟนเดนเลือกที่จะทำงานที่บ้านมากกว่าทำที่บริษัท เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่บ้านเอื้อต่อสุขภาพมากกว่า แต่การทำงานที่บ้านก็ยังคงต้องให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นส่วนและพนักงานด้วย ถือเป็นการจัดการกับสุขภาพและการดำเนินธุรกิจอย่างชาญฉลาดไปพร้อมๆ กัน

เสียงจากผู้พิการ สะท้อนปัญหาที่สังคมมองข้าม เบ็น วูลฟ์เฟนเดน

 

อย่างไรก็ดี ธุรกิจของวูล์ฟเฟนเดนยังเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาจบใหม่ที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพด้วย วูล์ฟเฟนเดนดึงเอาความสามารถของคนเหล่านั้นออกมา เพื่อความเหมาะสมกับงานที่ได้รับมอบหมาย วูล์ฟเฟนเดนเข้าใจถึงผลกระทบและแรงจูงใจจากปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นกับพนักงานเหล่านั้น การเปิดมุมมองด้านบวกถือเป็นทางออกที่ดีในการเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพ

การเปิดโอกาสให้ผู้ประสบปัญหาด้านสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจเข้ามาร่วมทำงานด้วย ถึงแม้ว่าสังคมส่วนใหญ่จะไว้ใจใช้บริการจากธุรกิจที่ดำเนินการโดยคนปกติมากกว่า แต่วูล์ฟเฟนเดนต้องการให้สังคมตระหนักว่า บุคคลที่ประสบปัญหาก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้คนปกติ

อีกสาเหตุหนึ่งที่วูล์ฟเฟนเดนเลือกรับพนักงานที่มีปัญหาด้านสุขภาพ คือ ต้องการสร้างพื้นที่ทางสังคมในกับบุคคลเหล่านี้ และต้องการเน้นย้ำว่า ผู้พิการหรือผู้มีปัญหาทางสุขภาพก็มีประสิทธิภาพในการทำงานที่เท่าเทียม ไม่แพ้คนปกติเลยทีเดียว

ด้วยความที่ความพิการสามารถแยกย่อยออกเป็นหลายประเภท บางคนถนัดทำงานตัวคนเดียวมากกว่า เนื่องจากต้องใช้ทักษะในการทำงานที่หลากหลาย ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในการดึงศักยภาพของผู้พิการออกมาใช้ ในขณะที่ผู้พิการบางคนถนัดทำงานเป็นทีมมากกว่า เพื่อนำทักษะของผู้ร่วมทีมมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากผู้พิการจะหันมาดำเนินธุรกิจด้วยตัวเองแล้ว เคธ ซูเธอร์แลนด์ ผู้ก่อตั้ง สตาร์ท อะบิลิตี้ หน่วยงานที่ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่ผู้พิการในการทำงานและการดำเนินธุรกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้พิการหันมาให้ความสนใจดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยอาศัยทักษะที่มีอยู่

ทว่า ปัญหาหลักสำหรับคนเหล่านี้คือ การสนับสนุนจากคนที่เข้าใจปัญหาทางร่างกายและสุขภาพ ดังนั้นบริษัทของซูเธอร์แลนด์จึงมีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีปัญหาบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ ในการดำเนินธุรกิจและก้าวข้ามอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

ดังนั้น เป้าหมายหลักของ สตาร์ท อะบิลิตี้ คือการให้คำปรึกษาทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ด้วยการใช้สำนึกพื้นฐานและประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้พิการมาช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้ก้าวข้ามปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน ทั้งร่วมกับผู้อื่นและทำงานกับตัวเอง เพื่อให้ผู้พิการตระหนักถึงความสามารถของตัวเอง โดยไม่กดดันและไม่ดูถูกศักยภาพของตัวเอง

การช่วยเหลือให้ผู้พิการค้นพบทักษะของตัวเอง และสามารถดึงทักษะเหล่านั้นออกมาใช้ได้จริง และมีความสุขกับการทำงาน โดย สตาร์ท อะบิลิตี้ ได้ช่วยเหลือผู้พิการให้มีงานทำแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง ตัวแทนขององค์กรต่างๆ และธุรกิจส่วนตัว เปรียบเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้พิการเหล่านี้ให้มีแรงใจในการต่อสู้อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน