posttoday
ของขวัญ‘ซานต้าตู่’ รัฐเทกระเป๋าหมื่นล้านคืนความสุขปีใหม่

ของขวัญ‘ซานต้าตู่’ รัฐเทกระเป๋าหมื่นล้านคืนความสุขปีใหม่

26 ธันวาคม 2558

ขณะนี้ทั่วโลกเข้าสู่บรรยากาศเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะนี้ทั่วโลกเข้าสู่บรรยากาศเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสนี้คืนความสุขให้กับคนไทย ด้วยการสั่งการให้หน่วยงานรัฐไปหาของขวัญปีใหม่มาแจกจ่ายแก่ประชาชนให้ม่วนซื่นกันทั่วหน้า

ของขวัญปีใหม่ของรัฐบาลที่ออกมานั้น เรียกได้ว่าหว่านให้ได้ทุกกลุ่ม ไล่ตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงเศรษฐีทีเดียว ประมาณทุกมาตรการแล้ว รัฐบาลจะใช้เงินไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาทเพื่อการนี้

แต่ของขวัญของหน่วยงานไหน ก็ไม่เป็นเนื้อเป็นหนังเท่ากับของขวัญจากกระทรวงการคลัง ที่เปิดคลังควักเงินแจกผ่าน โครงการ “ช็อปเพื่อชาติ” ที่เปิดให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการในวงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ระหว่างวันที่  25-31 ธ.ค. 2558 นำมาเป็นรายจ่ายลดหย่อนภาษีได้ โดยต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ของขวัญนี้ผู้ที่ได้รับจะเป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้ 3.6-4 ล้านคน โดย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า จะกระตุ้นการบริโภคและทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่ม 0.1-0.2% จะทำให้เกิดหมุนเวียนในระบบเพิ่มประมาณ 1.5 ล้านบาท และอาจจะมากขึ้นหากเงินหมุนรอบสูง กรมสรรพากรจะสูญเสียเงินภาษี 5,000 ล้านบาท คลังหวังว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น

ของขวัญนี้ดูเหมือนจะได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีผู้ได้รับเงินจริงในรูปของเงินคืนภาษีและจะได้คืนตามฐานภาษีเงินได้ของแต่ละคนน้อยที่สุด คือ 750 บาท และสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งมีประชาชนออกไปจับจ่ายใช้สอยหนาตา และห้างสรรพสินค้าก็ได้เตรียมพนักงานเพิ่มเพื่อมาคอยอำนวยความสะดวกให้นักช็อปออกใบกำกับภาษีโดยเฉพาะ

ส่วนของขวัญที่ธนาคารเฉพาะกิจ (แบงก์รัฐ) ออกมาก่อนหน้านี้ คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คืนเงินสด 1,000 บาท โดยมีเงื่อนไขผู้จะได้รับสิทธิต้องมีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท  ไม่เคยเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ดีย้อนหลัง36 เดือน และต้องชำระเงินงวดของเดือน ธ.ค. 2558 ในระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค. 2558  มาตรการนี้จะมีลูกค้าธนาคารได้รับประโยชน์ประมาณ 1.04 แสนคน วงเงิน 104 ล้านบาท

ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 4 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน เท่ากับดอกเบี้ยโครงการธนาคารประชาชน

มาตรการคืนดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้าชั้นดี ที่ไม่เคยมีประวัติเบี้ยวหนี้และไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้กู้ต้องมีวงเงินกู้กับธนาคารไม่เกินรายละ 2 แสนบาท จะได้คืนดอกเบี้ยเป็นเงินสดตั้งแต่ 1-3% ของดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับ เช่น วงเงินกู้ 2 แสนบาท ปีแรกได้คืน 1% เท่ากับ 2,000 บาท ปีที่ 2 คืน 2% เท่ากับรับเงินคืน 4,000 บาท และปีที่ 3 จะได้รับเงินคืน 6,000 บาท

และยกเว้นค่าธรรมเนียมการกดเงินข้ามเขตและการโอนเงินระหว่างธนาคาร ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2558-3 ม.ค. 2559 โดยประเมินว่า ทั้ง 3 มาตรการนี้จะช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยได้ประมาณ 7 แสนคน

ด้านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะคืนดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้าของ ธ.ก.ส.ในรอบปีบัญชีย้อนหลัง 3 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีบัญชี 2558 เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่ประวัติชำระหนี้ที่ดี 3 ปีติดต่อกันจะได้รับดอกเบี้ยคืน 5% ลูกหนี้ 2 ปีจะได้รับคืน 4% และลูกหนี้ 1 ปีจะได้รับดอกเบี้ยคืน 3% คาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับเงินคืนทั้งหมด 3.5 ล้านครัวเรือน วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท

ปล่อยสินเชื่อใหม่รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนสถาบันการเกษตรรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ระยะเวลากู้ 7 ปี เพื่อปรับเปลี่ยนการผลิตตามนโยบายของ ธ.ก.ส. เช่น เปลี่ยนจากพืชที่ใช้น้ำมากเป็นพืชใช้น้ำน้อย เป็นต้น และยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้บริการผ่านเอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2558-3 ม.ค. 2559

ส่วนของขวัญของกระทรวงคมนาคม คือ รถไฟ รถเมล์ฟรี  การยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางหลวงพิเศษหลายเส้นทางตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 25 ธ.ค. 2558 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 3 ม.ค. 2559

สำหรับกระทรวงพาณิชย์ให้ของขวัญผ่านการจัดงาน “เทใจ...คืนสุข...เทศกาลปีใหม่” และ  “มหกรรมของขวัญปีใหม่ลดค่าครองชีพประชาชน” เน้นการจำหน่ายสินค้าราคาถูกและนำสินค้าคุณภาพดีมาลดราคาขายเพื่อลดค่าครองชีพให้ประชาชน

ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ประชาชนควรจะศึกษาข้อมูลก่อนว่าสินค้าใดหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ และใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้ และไม่อยากให้ผู้เสียภาษีเข้าใจผิดว่าหักภาษีได้ทั้งจำนวน 1.5 หมื่นบาท แต่การหักภาษีได้ตามอัตราที่เสียภาษีอยู่ เช่น เสียภาษี 5% ก็จะหักภาษีได้ 750 บาท หรือเสียภาษีสูงสุด 35% จะหักภาษีได้ 5,250 บาท

จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคควรจะขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ฐานรายได้ของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท