
ศธ.ผนึก4 หน่วยงานพัฒนาทักษะเด็กไทยที่ตลาดแรงงานโลกต้องการ
กระทรวงศึกษาธิการจับมือ 4 หน่วยงานพัฒนาทักษะเด็กไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานโลก
กระทรวงศึกษาธิการจับมือ 4 หน่วยงานพัฒนาทักษะเด็กไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานโลก
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผย ว่า ได้ร่วมกับ 4 หน่วยงาน พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ของเด็กเยาวชน และครูไทยในศตวรรษที่ 21 โดยร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มูลนิธิยุวสถิรคุณ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า หลายฝ่ายได้สะท้อนตรงกันว่าเด็กไทยคิดไม่เป็นและขาดทักษะที่นายจ้างต้องการ ซึ่งมี 5C ได้แก่ 1) ทักษะการคิดสร้างสรรค์ (Creativity) 2) ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) 3) ทักษะการสื่อสาร (Communication) 4) ทักษะการทำงานเป็นทีม (Collaboration) 5) ทักษะการใช้เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ (Information Communication Technology) จึงนำมาสู่ความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากนี้ในอนาคตผู้จัดการอบรมต้องผ่านการทดสอบทักษะคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์เพื่อให้มีความมั่นใจว่าผู้สอนและผู้อบรมมีทักษะอย่างแท้จริง สพฐ.ถือเป็นหน่วยใช้บริการที่สำคัญที่สุดจึงต้องร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่าง สสค. และมูลนิธิยุวสถิรคุณเพื่อเริ่มวิจัยพัฒนาและทดลองนำร่องควบคู่กันว่าการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร
นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสสค. กล่าวว่า ผลสำรวจเมื่อปี 2556 พบว่า เคยมีนายจ้าง สะท้อนว่า ภาคธุรกิจกำลังประสบความเสียหายอย่างร้ายแรงเพราะขาดแคลนผู้ที่มีทักษะมาทำงานถึง 33% ขณะที่เยาวชนรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ถูกเตรียมตัวมาให้พร้อมสำหรับการทำงานถึง 79% และงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 60% ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรการสอนยุคปัจจุบัน องค์การโออีซีดีจึงมีแผนในการเพิ่มการประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ในการสอบโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติหรือ PISA ประจำปี 2564
นพ.สุภกร กล่าวว่า ทั้ง 4 หน่วยงาน จะร่วมถอดบทเรียน เพื่อร่วมกันพัฒนาครูและเด็กเยาวชนให้มีทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ ในกลุ่มวิชาศิลปะระดับป. 3 และวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ในระดับม.2 ดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา 23 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนจำนวน 1,100 คน และ ครู 50 คน โดยแบ่งเป็นสถานศึกษาสังกัดสพฐ. 16 แห่ง และสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง โดยใช้กระบวนการวิจัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การโออีซีดีทุกขั้นตอน โดยมีแผนการดำเนินการระยะที่ 1 ระหว่างพ.ย.ปีนี้ ถึง มิย. ปี 2559 ก่อนจะนำผลการวิจัยมาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อขยายผลสู่การดำเนินงานระยะที่ 2 ในปีการศึกษา 2559-2560 ต่อไป
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรี และของรัฐบาล เพื่อให้เด็กเยาวชนไทยมีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานไร้พรมแดนในประชาคมอาเซียนที่จะเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า สสวท.เป็นหน่วยงานที่จัดการทดสอบ PISA ของประเทศไทยยินดีสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกระบวนการวิจัย สนับสนุนงบประมาณ และถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนางานที่จำเป็นต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านหลักสูตร และกระบวนการสอนในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ที่สสวท.รับผิดชอบ หากต้องมีการจัดสอบทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ในการสอบ PISA ปี 2564 ก็เชื่อว่าเรามีเวลาพอที่จะเตรียมเด็กและเยาวชน และครูผู้สอนให้มีความพร้อมได้
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







