posttoday
โลกเตรียมรับมือ ผิดนัดชำระหนี้พุ่ง

โลกเตรียมรับมือ ผิดนัดชำระหนี้พุ่ง

25 ธันวาคม 2558

เศรษฐกิจที่ย่ำแย่และราคาน้ำมันที่ถูกลง จะส่งผลกระทบหนักใหญ่หลวงต่อตลาดหุ้นกู้ และจะกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเศรษฐกิจตามมา เมื่อบรรดาบริษัทต่างๆ ไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้คืนได้ และมีหลายแห่งที่จะถึงเวลาชำระหนี้ในปี 2016

เศรษฐกิจที่ย่ำแย่และราคาน้ำมันที่ถูกลง จะส่งผลกระทบหนักใหญ่หลวงต่อตลาดหุ้นกู้ และจะกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเศรษฐกิจตามมา เมื่อบรรดาบริษัทต่างๆ ไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้คืนได้ และมีหลายแห่งที่จะถึงเวลาชำระหนี้ในปี 2016

โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มพลังงานที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ จากราคาน้ำมันถูกที่ร่วงลงมาอยู่ที่ราว 35-36 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเท่านั้น เมื่อเทียบกับราว 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ เอสแอนด์พี สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง เปิดเผยว่า เอกชนทั่วโลกผิดนัดชำระหนี้ไปมากกว่า 100 แห่งแล้วในปี 2015 นี้ มากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 และ 2 ใน 3 มาจากกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ หรือพลังงาน

จังก์บอนด์ของกลุ่มพลังงานมีจำนวน 50% ที่เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ ในขณะที่ภาคโภคภัณฑ์อื่นๆ อย่างเหมืองและเหล็กก็ไม่น้อยหน้า มีจังก์บอนด์ราว 72% ที่ใกล้จะผิดนัดชำระหนี้เต็มแก่

บรรดาภาคเอกชนในประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้สูง โดยหนี้ธนาคารที่เลยกำหนดชำระอย่างน้อย 90 วันในบราซิล สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2013 จากสัดส่วนการผิดนัดชำระหนี้ต่อปริมาณหนี้ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 5.2%

นอกจากปัจจัยด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำแล้ว การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชนในประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่ากว่าอย่างบราซิล และประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ อีกด้วย

ด้านเอสแอนด์พี ระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ขึ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ 40% มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากหนี้ซับไพรม์ของสหรัฐในปี 2008-2009 เสียอีก และยังนับเป็นครั้งแรกที่ตลาดเกิดใหม่มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ ธนาคารบาร์เคลย์ส เปิดเผยตัวเลขความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 3.8% ในขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 2.5% เมื่อเทียบกับปี 2011 ที่เศรษฐกิจเกิดใหม่อยู่ที่เพียง 0.7% ในขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 2.1% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ด้านมูดี้ส์ ประเมินว่าการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐในปี 2015 นี้ จะอยู่ที่ 2.76% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.77% ในปี 2016 จากราคาน้ำมันถูกที่กระทบต่อผู้ผลิตน้ำมันโดยตรง

ความเสี่ยงจะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในปี 2017 จะมากกว่าปี 2016 เสียอีก เนื่องจากมูลค่าหุ้นกู้ในภาคพลังงานและเหมืองที่ถึงกำหนดไถ่ถอนของปี 2016 อยู่ที่มากกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.79 แสนล้านบาท) เทียบกับปี 2017 ที่มากกว่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.95 แสนล้านบาท)

ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงจะไม่ฟื้นไปอีกนาน โดยล่าสุดกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันออกมาคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันกว่าจะกลับไปถึง 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็ในปี 2020 ซึ่งถึงเวลาที่โอเปกจะปรับลดการผลิตลง แสดงให้เห็นว่าศึกผลิตน้ำมันเกินเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดจะยาวนานไปจนถึงสิ้นทศวรรษนี้เลยทีเดียว

สำหรับราคาน้ำมันดิบในปี 2016 จากข้อมูลของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ออปชั่นหรือสิทธิซื้อขายสินค้าตามราคาที่ผู้ซื้อกำหนด แสดงให้เห็นการเก็งราคาน้ำมันจะลดต่ำลงไปมากสุดถึง 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เลยทีเดียว

การผิดนัดชำระหนี้ยังสร้างผลพวงให้ธนาคารปล่อยกู้ยากขึ้น และยังตั้งอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเอาไว้สูง ยกตัวอย่างในบราซิลที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงถึง 48.1% ในขณะที่เศรษฐกิจบราซิลหดตัวลง 4.5% ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหดตัวที่มากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมาในปี 1996 ผสมโรงให้เศรษฐกิจโงหัวได้ยากขึ้นไปอีก

สำหรับเอกชนและรัฐวิสาหกิจในจีนแล้ว เผชิญหน้ากับการปรับตัวลงของสินค้าโภคภัณฑ์และการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ ซิโนสตีล โค รัฐวิสาหกิจค้าเหล็กของจีน เลื่อนเวลาชำระหนี้ออกไปอีกเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ จากบริษัทจีนอย่างน้อย 7 แห่ง ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลาในปี 2015 นี้

นอกจากนี้ บริษัทเอกชนจีนอีกอย่างน้อย 3 แห่ง ออกมาระบุว่า ไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้ได้ โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ที่มีผลตอบแทนสูง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วยทั้งนั้น

แม้สถานการณ์หนี้เน่าของจีนจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ถึง 6 ครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แต่หนี้เน่าของธนาคารจีนปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ถึง 10% ในไตรมาส 3 หรืออยู่ที่ 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 6.48 ล้านล้านบาท)

การผิดนัดชำระหนี้จึงกลายเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะกดดันเศรษฐกิจจีนในปี 2016 โดย เฮาฮง นักกลยุทธ์จากฮ่องกง ซึ่งคาดการณ์การบูมและฟองสบู่แตกในตลาดหุ้นจีนได้ถูกต้อง เปิดเผยว่า หุ้นกู้ผลตอบแทนสูงจะเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจจีนในปีหน้า และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังสร้างความเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในจีนอีกด้วย

“ตามประวัติศาสตร์ ทุกครั้งที่บัญชีเดินสะพัดสหรัฐดีขึ้น ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น จะต้องมีประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกที่ตกสู่วิกฤตเศรษฐกิจสักอย่าง” ฮง กล่าว

ค่าเงินหยวนอ่อนค่าเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐแล้ว 4.2% ในปี 2015 ที่ผ่านมา ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักลงทุน ยังปรับตัวลงไปใกล้เคียงกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมากที่สุดในรอบ 5 ปี ส่งผลให้เงินที่เคยไหลเข้าจีนทะลักออกนั่นเอง

เศรษฐกิจโลกคงต้องเตรียมตัวรับมือการผิดนัดชำระหนี้ของภาคเอกชนให้ดี ปริมาณหนี้เน่าที่สูงขึ้นจะยิ่งกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอยู่แล้ว โดยเฉพาะในภาคพลังงานที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้จากน้ำมันราคาถูก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท