
คุมเข้มห้ามออกใบขับขี่ให้ผู้ถูกคุมประพฤติทำผิดเงื่อนไข
สนง.คุมประพฤติ-ขนส่งทางบกคุมเข้ม ห้ามออกใบขับขี่ให้ผู้ถูกคุมประพฤติทำผิดเงื่อนไข เผยสถิติพบผู้กระทำผิดเงื่อนไข 5.3หมื่นคนต่อปี
สนง.คุมประพฤติ-ขนส่งทางบกคุมเข้ม ห้ามออกใบขับขี่ให้ผู้ถูกคุมประพฤติทำผิดเงื่อนไข เผยสถิติพบผู้กระทำผิดเงื่อนไข 5.3หมื่นคนต่อปี
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่ง ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดเงื่อนไขคุมประพฤติ หรือมีลักษณะต้องห้ามขอรับใบอนุญาตต่อใบขับขี่ โดยพ.ต.อ.ณรัชต์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการกดดันทางสังคมไม่ให้ผู้ต้องโทษที่อยู่ระหว่างพักการลงโทษ และลดวันต้องโทษ ซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมคุมประพฤติ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและเงื่อนไขสามารถไปขอต่อใบอนุญาตได้ โดยหลังจากนี้จะสั่งการให้สำนักงานคุมประพฤติทุกจังหวัดประสานข้อมูลกับสำนักงานขนส่งจังหวัดอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มีการเชื่อมโยงไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษ และลดวันต้องโทษที่อยู่ในความดูแลคุมประพฤติไปให้ประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ของพ.ร.บ.รถยนต์ หากพบว่ามีผู้ทำผิดเงื่อนไขคุมประพฤติไปขอต่อใบอนุญาต จะมีการแจ้งให้บุคคลดังกล่าวติดต่อกลับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขให้แล้วเสร็จ ก่อนขอใช้สิทธิอีกครั้ง โดยจะมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
"ยอมรับว่าที่ผ่านมากรมคุมประพฤติมีความบกพร่องในการดูแลคนกลุ่มดังกล่าว ทำให้มีผู้กระทำผิดเงื่อนไขคุมประพฤติจำนวนมากเมื่อเทียบกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ โดยล่าสุดมีสถิติผู้ถูกคุมประพฤติกระทำผิดเงื่อนไขมากกว่า 53,000 คน/ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของจำนวนผู้ถูกคุมประพฤติทั่วประเทศที่มีกว่า 300,000 คน "อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
ด้านนายสนิท กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกมีกฎหมายรองรับชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลต้องห้าม ดังนั้น จึงสามารถเดินหน้าตามมาตรการได้ทันที โดยกรมการขนส่งทางบกมีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้รถใช้ถนน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางในการคัดกรองบุคคลให้รอบคอบมากขึ้น
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวอีกว่า ในช่วงปีใหม่ที่จะมีประชาชนเดินทางกลับบ้านจำนวนมาก มีการวางมาตรการเพื่อความปลอดภัยอย่างเต็มที่ มีการตรวจสอบทั้งคน และรถตั้งแต่จุดสตาร์ท กรณีที่มีนโยบายจากคสช.ให้ยึดรถตู้สาธารณะ หรือรถจักรยานยนต์หากตรวจพบแอลกอฮอล์นั้น ในส่วนของรถตู้สาธารณะจะมีจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถตั้งแต่ต้นทางอยู่แล้ว หากตรวจพบแอลกอฮอล์แค่ 1 % ก็จะไม่อนุญาตให้นำรถออก ขณะเดียวกันในส่วนของรถจักรยานยนต์เป็นการออกคำสั่งเพื่อให้แต่ละชุมชนตั้งจุดตรวจสอบภายในชุมชนของตัวเองไปด้วย







