posttoday
‘อี-เพย์เมนต์’ ขยายฐานภาษีรีดรายได้เพิ่ม

‘อี-เพย์เมนต์’ ขยายฐานภาษีรีดรายได้เพิ่ม

24 ธันวาคม 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การปฏิรูปภาษีของประเทศโดยการหลีกเลี่ยงเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ทำให้รัฐบาลหาทางเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประสิทธิภาพที่ผ่านมายังประสบความล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% ไม่สามารถขยายฐานภาษีให้เพิ่มขึ้นได้ตามที่คาดหวัง โดยผู้เสียภาษีนิติบุคคลยังอยู่ที่ประมาณ 6 แสนราย จากนิติบุคคลที่จดทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์ประมาณ 2 ล้านราย เช่นเดียวกับการลดภาษีนิติบุคคลจากสูงสุด 37% เหลือ 35% ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่อยู่นอกระบบภาษีเข้ามาเพิ่ม ผู้ยื่นแบบเสียภาษีบุคคลธรรมดายังอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านคน และมีผู้เสียภาษีประมาณ 4 ล้านคน เหมือนเดิม จากแรงงานในประเทศทั้งหมด 34 ล้านคน

ข้อมูลของกระทรวงการคลังดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการเก็บภาษีของประเทศยังมีช่องรั่วไหล และยังมีผู้หลบภาษีอยู่นอกระบบอีกจำนวนมาก แต่การจะกวาดต้อนให้ผู้เสียเข้ามาอยู่ในระบบไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้น รัฐบาลจึงหวังใช้เครื่องมือระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เพย์เมนต์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายฐานภาษี และเก็บรายได้เพิ่มให้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเป็นการลดต้นทันการชำระเงินและสนับสนุนความสะดวกรวดเร็วในการค้าขายไปในขณะเดียวกันด้วย โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์อี-เพย์เมนต์ และหวังจะดำเนินการให้ได้ผลใน 1 ปีครึ่ง

เหตุผลที่ทำยุทธศาสตร์อี-เพย์เมนต์ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน ต้องใช้เงินงบประมาณและความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการระบบอี-เพย์เมนต์ ถึงจะเดินหน้าและไปถึงเป้าหมายได้

จากยุทธศาสตร์ของอี-เพย์เมนต์ ต้องมีการดำเนินการหลายขั้นตอนถึงจะเดินหน้าไปถึงการเก็บภาษีเพิ่มได้ ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่าจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้นได้เป็น 1 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องขึ้นแวตที่ปัจจุบันการเก็บอยู่ 7% สำหรับยุทธศาสตร์อี-เพย์เมนต์ มีด้วยกัน 5 ขั้นด้วยกัน

ในขั้นแรก คือ การทำระบบชำระเงินของประชาชนผู้ประกอบการ ที่สามารถใช้บัตรอะไรก็ได้อ้างอิงการชำระเงินค่าสินค้าและบริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

ในขั้นที่สอง ต้องทำให้ร้านค้าที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ 2 ล้านแห่ง มีเครื่องรับบัตรต่างๆ เพื่อชำระเงิน ซึ่งต้องเป็นเครื่องเดียวที่ชำระได้ทุกบัตร จากปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่มีเครื่องรับบัตรชำระเงินอยู่ประมาณ 3 แสนราย การดำเนินการในขั้นแรกและขั้นที่สอง กระทรวงการคลังตั้งเป้าให้ดำเนินการได้ภายในกลางปีหน้า

สำหรับในขั้นที่สาม เป็นการนำข้อมูลการชำระเงินเข้าสู่ระบบจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร บันทึกการซื้อขายและหักภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าสู่กรมสรรพากรทันที ทำให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพไม่มีการรั่วไหลเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งต้องใช้เงินวางระบบ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการทำให้ได้ภายในปีหน้า เพราะการดำเนินการขั้นนี้ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการทำระบบนี้ขึ้นมา เพราะเมื่อประชาชนและผู้ประกอบการใช้จ่ายถูกดูดเข้ามาอยู่ในระบบอี–เพย์เมนต์ทั้งหมด ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเสียภาษีไปได้

จากภาพจะเห็นว่า หากรัฐบาลทำได้สำเร็จฐานภาษีของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้การเก็บรายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นหลายแสนล้านบาทโดยไม่ต้องเพิ่มอัตราภาษี หากระบบสามารถทำงานได้ตามที่วาดหวังไว้

สำหรับการดำเนินการในขั้นที่สี่ถือเป็นพลอยได้ คือ การต่อยอดในการออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพราะเมื่อทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบอี-เพย์เมนต์ ทำให้รัฐบาลรู้ข้อมูลของบุคคลว่าใครมีรายได้น้อยรายได้มาก ทำให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือความเป็นอยู่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้ถูกจุดและตรงเป้ามากขึ้น

ขณะที่ขั้นที่ห้าเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ให้เร็วและมากที่สุด ซึ่งอาจจะมีการสร้างแรงจูงใจ เช่น การออกรางวัล โดยอาจจะไปเชื่อมกับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากคนไม่มากใช้ระบบการดำเนินการต่างๆ ก็จะไม่ไปถึงเป้าหมายในทุกเรื่อง

จากยุทธศาสตร์การดำเนินการอี-เพย์เมนต์ จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประเทศในอนาคต แต่การดำเนินเรื่องใหญ่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นดอกผล โดยเฉพาะในช่วงตั้งไข่ในช่วง 1 ปีครึ่งที่รัฐบาลตั้งใจทำให้สำเร็จ จะเดินหน้าเรื่องนี้ไปได้มากขนาดไหน เพราะตอนนี้ผู้ประกอบการก็เตรียมหาทางหนีไม่เข้าระบบอี-เพย์เมนต์ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้บังคับ ถึงแม้ว่าเข้ามาจะมีส่วนลดแลก แจก แถม แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากดีดลูกคิดแล้วไม่คุ้ม ขอจ่ายชำระเงินระบบเดิมเข้าเนื้อกำไรน้อยกว่า นี้จะเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ระบบอี-เพย์เมนต์ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้การขยายฐานภาษีและการเพิ่มรายได้ของประเทศยังทำได้ยากอยู่ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท